พิธา โทร.ยินดี เศรษฐา อวยพรให้เป็นนายกฯ ของประชาชนที่แท้จริง ชี้ชัดวิกฤตตอนนี้ คือศรัทธาของปชช. ผู้นำต้องทำให้คนในชาติกลับเป็นปึกแผ่น
วันที่ 25 ส.ค.2566 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่ช่วย นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ หรือ โย ผู้สมัคร สส.เขต 3 จ.ระยอง หาเสียงเลือกตั้งซ่อม ว่า พรรคก้าวไกลจะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ยังมีหลายนโยบายที่ทำงานได้โดยการผลักดันกฎหมายเข้าสภา
และยังมีกฎหมายสำคัญสำหรับชาวระยอง เช่น กฎหมายสิ่งแวดล้อม PRTR และกฎหมายแรงงาน ซึ่งจะเป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อให้ผลประโยชน์ตกกับประชาชนได้เหมือนเดิม แม้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่หวังจะเป็นการปูทางเมื่อการเลือกตั้งครั้งหน้ามาถึงจะสามารถซื้อใจประชาชนได้มากกว่าเดิม ถ้าตั้งรัฐบาลได้ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้
เมื่อถามถึงการมีนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่แล้วอยากฝากความหวังอย่างไรบ้างนั้น นายพิธา ระบุว่า ตนโทร.ไปยินดีและยืนยันกับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ด้วยตัวเอง โดยยินดีกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 และยืนยันว่าวิกฤตของบ้านเมืองไม่ใช่แค่วิกฤตเกี่ยวกับเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการศึกษาอย่างเดียว แต่เป็นวิกฤตศรัทธาของประชาชนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการได้ฟังเสียงของประชาชนจากการลงพื้นที่ เป็นสิ่งที่ผู้นำคนต่อไปต้องแก้ไข โดยการรวมความคิดของคนในชาติให้กลับมาอยู่เป็นปึกแผ่นเดียวกันได้
- เศรษฐา ควง หมอมิ้ง-ลูกกำนันป้อ ว่าที่รมว.ท่องเที่ยว ลงใต้ คาดโผจบสัปดาห์หน้า
- เศรษฐา เผย บิ๊กตู่ ฝากดูแลบ้านเมืองให้ดี ถือเป็นครั้งแรก 2นายก แลกเปลี่ยนไอเดีย
และได้ยินนายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์ว่า ท่านจะเป็นนายกฯของประชาชน ตนก็อวยพรว่าให้ท่านทำได้อย่างนั้นจริงๆ และตราบใดที่นายเศรษฐายังคำนึงอยู่ว่าอำนาจอธิปไตยสูงสุดเป็นของประชาชน แล้วทำหน้าที่โดยไม่ได้ใช้อำนาจอย่างเด็ดขาด แต่ฟังเสียงของประชาชน เป็นตัวแทนของประชาชนได้เยอะๆ ก็เชื่อว่านายเศรษฐาจะทำได้
นายพิธา กล่าวต่อว่า คิดว่าการทำงานของรัฐบาลคงยากเป็นพิเศษ เพราะมีการจับกันหลายขั้ว คงต้องดูโผ ครม.ที่ออกมา เท่าที่ติดตามดูในข่าวเห็น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทยบอกว่าจะออกมาสัปดาห์หน้านั้น อยากจะฟังในสิ่งที่ตนและนายเศรษฐาเคยพูดร่วมกันในเวทีดีเบตหลายๆ เวที ที่พูดเรื่องการปฏิรูปกองทัพ การสมรสเท่าเทียม และสุราก้าวหน้า ต้องดูว่าใครจะมาเป็นรัฐมนตรีกลาโหม และคนที่จะมาดูแลกระทรวงต่าง ๆ จะเป็นใคร จะผลักดันได้จริงหรือไม่
”ส่วนตัวยังยืนยันที่จะทำงานตรวจสอบถ่วงดุล เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และปราศจากคอร์รัปชั่นให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้” นายพิธา กล่าว
หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงในส่วนรายชื่อรัฐมนตรีว่า เป็นห่วงทุกกระทรวง เพราะแต่ละกระทรวงมีปัญหาหลายเรื่อง อย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีปัญหาเรื่องน้ำมันรั่วที่ จังหวัดระยอง ทั้งในปี 2556 และปี 2565 จึงเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ และเรื่องเศรษฐกิจก็ต้องทำงานแบบมหภาค ต้องมีทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวัฒนธรรม ต้องทำงานร่วมกัน ซึ่งหลายอันก็เป็นห่วงว่าบุคลากรจะเหมาะสมหรือไม่ เพราะพอต่างพรรคกันการแก้ปัญหาไม่ใช่แค่ทีละกระทรวง แต่จะทำงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่กังวล
ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่ากระทรวงกลาโหมโควตาจะเป็นคนนอก ไม่ได้มาจากพรรคการเมืองนั้น มีความกังวลหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า การตั้งรัฐมนตรีจะคนในหรือคนนอกไม่ได้สำคัญ แต่สำคัญที่ว่าสามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้หรือไม่ และถ้ามีความคิดที่ตรงข้ามกันกับนิยามของความมั่นคงหรือจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติมีความมั่นคง กองทัพจะต้องมีความทันสมัยมากขึ้น เรื่องนี้จึงต้องมีบุคลากรที่เข้าใจ ทั้งนี้ต้องทำอย่างไรให้ตรงกับศรัทธาของประชาชนที่เคยให้ไว้ และความท้าทายจากทั่วทุกสารทิศ ดังนั้นจะคนในคนนอกก็คงไม่สำคัญ

