ทำเนียบฯคึกคัก ว่าที่รมต.ใหม่แห่ส่งประวัติ ตรวจสอบคุณสมบัติ เตรียมพร้อมนั่งทำงาน ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลยื่นกันพร้อมหน้า
เมื่อวันที่ 29 ส.ค.66 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นไปอย่างคึกคัก โดยบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ต่างทยอยส่งประวัติ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ตั้งแต่ช่วงสายวันเดียวกัน อาทิ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีชื่อเป็นรมช.มหาดไทย เดินทางมาพร้อมกับนางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ที่จะมาเป็นรมช.คมนาคม
ขณะที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ว่าที่รมช.พาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อเป็นรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ รวมถึงนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มีชื่อเป็นรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่งทีมงานมายื่นประวัติเรียบร้อยแล้ว
มีรายงานว่าในช่วงบ่าย ว่าที่รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะเดินทางเข้ามาส่งประวัติ ได้แก่ นายสุทิน คลังแสง สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อเป็นรมว.กลาโหม นายพิชิต ชื่นบาน ที่มีชื่อเป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นายเกรียง กล่าวหลังส่งประวัติรัฐมนตรีถึงความพร้อมทำงานว่า จะเป็นไปตามนโยบายของพรรค และพร้อมทำงานทันทีตามภารกิจของแต่ละกระทรวง
ผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงรอยต่อรัฐบาล กังวลว่าจะเกิดปัญหาอะไรหรือไม่ นายเกรียง กล่าวว่า ไม่น่ามีปัญหา เพราะมีระบบการทำงานอยู่
ด้านนางมนพร กล่าวว่า ได้ยื่นเอกสารให้ตรวจสอบประวัติเรียบร้อยแล้ว สำหรับการทำงานในกระทรวงคมนาคมจะทำตามนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ และสานต่อ นโยบายสำคัญที่ยังอยู่ในระหว่างช่วงรอยต่อของรัฐบาล ส่วนเรื่องของการแถลงนโยบายต่อรัฐสภานั้นรัฐบาลชุดใหม่เป็นรัฐบาล ต้องนำนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำรัฐบาลมาเป็นหลัก และจัดลำดับความสำคัญให้เป็นไปตามที่หาเสียงไว้กับประชาชน และนำนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลมาผสมผสาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนที่คาดหวังว่าเราจะเป็นรัฐบาลที่สลายความขัดแย้งและพัฒนาประเทศต่อไป
เมื่อถามว่าการที่มีรัฐบาลมาจากหลายพรรคการเมืองจะแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศได้หรือไม่ นางมนพร กล่าวว่า เรื่องความขัดแย้งมีในหลายภาคส่วน แต่เราต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง และนำ ประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมีโครงการใดที่ต้องการสานต่อการทำงาน นางมนพร กล่าวว่า ต้องรอฟังนโยบายจากรมว.คมนาคม ก่อน