รองปลัด ยธ. เผยขั้นตอนเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ญาติส่งชื่อเพิ่มได้ ลงทะบียนจองคิวล่วงหน้า ห้ามนำมือถือเข้าไปในห้องผู้ป่วย ชี้หนังสือขอพระราชทานอภัยโทษต้องพรรณนา เหตุขอทูลเกล้าฯให้ละเอียด

จากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกนำตัวมารักษาป่วย ที่โรงพยาบาลตำรวจแทนการรักษาตัวที่ห้องพยาบาล หรือแดน 7 เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เนื่องด้วยอาการเจ็บป่วย และต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงแพทย์เฉพาะทางและครบกำหนดกักตัว กรมราชทัณฑ์ได้เปิดให้ญาติและครอบครัว ผู้ประสงค์เข้าเยี่ยม ได้ลงทะเบียนรายชื่อเข้าเยี่ยม 10 รายชื่อ และวานนี้ (28 ส.ค.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวของนายทักษิณ พร้อมด้วยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เข้าเยี่ยมแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2566 นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ขั้นตอนการเยี่ยมหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนปกติที่ญาติหรือครอบครัวตามที่ระบุไว้ 10 รายชื่อ จะทยอยเข้าเยี่ยมกันตามลำดับการจอง ถือเป็นสิทธิ์ของญาติของผู้ต้องขัง ถ้าบุคคลใดประสงค์จะเข้าเยี่ยมเพิ่มเติมอีกครั้งจะต้องลงทะเบียนจองล่วงหน้ากับเรือนจำ/กรมราชทัณฑ์ โดยจะต้องระบุวันที่และลงเวลาเข้าเยี่ยมในครั้งถัดไป เพื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบว่าวันที่เวลาดังกล่าวไปตรงกับของบุคคลอื่นหรือไม่

นายสหการณ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้นายทักษิณ ยังอยู่ภายใต้ระเบียบการควบคุมตัวของกรมราชทัณฑ์ ส่วนเวลาการเข้าเยี่ยมนั้น ราชทัณฑ์จะยึดตามเวลาการเปิดทำการของโรงพยาบาลตำรวจ และให้สอดคล้องกับระเบียบของกรมราชทัณฑ์มากที่สุด คือ ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น.

การเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังป่วยจะอยู่ภายใต้การกำกับรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์โดยตรง ห้ามผู้ได้รับการอนุญาตเข้าเยี่ยมนำเครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์โทรศัพท์มือถือเข้าไปภายในห้องผู้ป่วยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการบันทึกภาพและเสียง และต้องสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด

นายสหการณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเข้าเยี่ยม 1 ครั้งภายในห้อง 1401 ญาติและครอบครัวเข้าไปภายในห้องได้กี่คน มีการจำกัดจำนวนคนต่อการเข้าเยี่ยม หรือจำกัดเวลาเยี่ยมอย่างไรบ้างนั้นเป็นข้อมูลรายละเอียดในส่วนรับผิดชอบของผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครที่จะต้องให้ข้อมูล เพราะค่อนข้างเป็นรายละเอียดเชิงลึก ตนจึงระบุไม่ได้ เกรงว่าข้อมูลอาจคลาดเคลื่อน

เมื่อถามถึงความคืบหน้าล่าสุด เรื่องการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษของนายทักษิณและครอบครัวนั้น นายสหการณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ถ้าประสงค์จะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ ทางครอบครัวโดยสายเลือดหรือผู้ต้องขังเองจะติดต่อยังเรือนจำฯ ส่วนเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นฎีกา ยกตัวอย่างเช่น เอกสารคำพิพากษาของศาลเกี่ยวกับรายคดีของเจ้าตัว เอกสารรายงานคุณงามความดี ข้อมูลประวัติการรักษาอาการเจ็บป่วย และหลักฐานอื่นๆ ส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องขัง

รวมถึงผู้ต้องขังที่ประสงค์ยื่นขอทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา จะต้องกรอกข้อมูลตามแบบคำร้องบังคับของทางเรือนจำฯ จะมีรูปแบบตัวคำร้องนี้อยู่ อีกทั้งจะต้องเขียนพรรณนาถึงสาเหตุการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาในครั้งนี้ให้ครบถ้วน

นายสหการณ์ กล่าวว่า การยื่นขอพระราชทานอภัยโทษของผู้ต้องขัง หากรายใดดำเนินการเรื่องเอกสารเสร็จสิ้นก่อน ก็ยื่นให้กับเจ้าพนักงานเรือนจำได้ทันที เนื่องจากกรมราชทัณฑ์ไม่ได้กำหนดถึงการยื่นฎีกาว่าจะต้องมีการรวบรวมรายละเอียด/เอกสารของผู้ต้องขังเป็นกลุ่มแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องดำเนินการต่อเนื่องตามขั้นตอนปกติ

ส่วนผลฎีกา ภายหลังยื่นทูลเกล้าฯ จะเป็นในส่วนของพระราชอำนาจ ที่จะทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยแจ้งมายังเรือนจำ/ราชทัณฑ์ ถ้าผลปรากฏว่ายกฎีกา ตามขั้นตอนของกฎหมาย ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องรออีก 2 ปี เพื่อดำเนินการยื่นขอทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาใหม่อีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน