ชูศักดิ์ ย้ำไม่จำเป็นต้องแก้พ.ร.บ.ประชามติ ชี้ทำอย่างรอบคอบแล้ว เตรียมชง ครม. ทำประชามติกรอบคำถาม มั่นใจ สว.ไม่กล้าขวาง ยกร่างรธน. อาจใช้เวลากว่า 3 ปีครึ่ง เชื่อไม่มีปัญหาเพราะเป็นนโยบายรัฐบาล
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 31 ส.ค.2566 ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ และรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรค กล่าวกรณีสส.พรรคเพื่อไทย ไม่เห็นชอบต่อการเลื่อนญัตติเสนอคำถามประชามติแก้รัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกลให้ขึ้นมาพิจารณาก่อนวาระอื่น ในการประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า เหตุที่พรรคไม่เห็นด้วยกับพรรคก้าวไกล เพราะมองว่าต่อให้สภาฯ เห็นชอบก็ยังไม่จบ เนื่องจากต้องส่งให้วุฒิสภาอีก
ในหลักการแล้วสว.อาจไม่เห็นชอบ ทำให้คำถามนั้นตกไป อีกทั้งเรื่องทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญนั้น จะถูกกำหนดเป็นนโยบายของรัฐบาล จึงต้องการให้เป็นกระบวนการของรัฐบาล
เมื่อถามถึงแนวคิดของการแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ที่เรื่องจะผ่านประชามติ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องแก้ เพราะสมเหตุสมผลของเนื้อหา ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย คือ ประชาชนต้องมาออกเสียง เกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ และต้องมีเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธินั้นชอบด้วยเหตุผลแล้ว
นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอ ครม.ให้พิจารณาคำถามประชามติ คำถามที่เห็นตรงกันในพรรคเกี่ยวกับการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นผู้จัดทำ
การทำประชามติครั้งแรก คือการตั้งคำถามว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยไม่มีตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้
“ส่วนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่ยังมี สว.ปัจจุบันดำรงวาระอยู่นั้น ผมมองว่าหากผ่านได้แล้วเชื่อว่ารัฐสภาน่าจะผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อตั้ง สสร. เพราะประชาชนเห็นชอบแล้ว ไม่สมควรฝืนมติของประชาชน และเมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มหมวดใหม่ จะเข้าสู่กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยต้องเริ่มจากการเลือกตั้งสสร.ก่อน” นายชูศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะปัดฝุ่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่เคยเสนอไว้ในสภาฯ ชุดที่ผ่านมา หรือจัดทำร่างใหม่เสนอ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างพิจารณา และคาดว่าจะทำใหม่ โดยเฉพาะเรื่องกรรมาธิการฯ ที่ถูกวิจารณ์ว่าหากไม่มีกรรมาธิการที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาเลยอาจจะมีประเด็นปัญหาได้ ทั้งนี้อาจต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ซึ่งกว่าจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่สสร.ดำเนินการ อาจใช้เวลากว่า 3 ปีครึ่ง
ต่อข้อถามว่าในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องรับฟังความเห็นของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ต้องรับฟัง โดยตนเข้าใจว่า ครม. ต้องเปิดโอกาสให้พรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงพรรคการเมืองทุกฝ่ายได้แสดงความเห็นโดยจะรับฟังในประเด็นต่างๆ ส่วนคำถามประชามติที่ภาคประชาชนเสนอนั้นต้องให้ ครม.เป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการตามหรือไม่
เมื่อถามว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือพรรคพลังประชารัฐที่ไม่สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ จะคุยกันได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ต้องคุยกัน และเชื่อว่าจะไปด้วยกันได้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นคือนโยบายของรัฐบาลที่ถือว่าเป็นที่ยอมรับร่วมกัน อาจจะเร่งด่วนหรือไม่ก็ได้ แต่ท้ายที่สุดทั้งเรื่องการเมืองและเรื่องรัฐธรรมนูญควรจะต้องเป็นนโยบายของรัฐบาล