ชลน่าน ควงสันติ เข้ากระทรวงสาธารณสุขวันแรก จ่อแถลงนโยบายสธ. 22 ก.ย. ยัน 30 บาทพรีเมียม ไม่ได้เก็บ 30 บาท จ่อฟื้น กก.สุขภาพระดับชาติ อุ้มแพทย์ชนบท ลุยสร้างสมานฉันท์ภายใน ย้ำม็อบเกิดได้เป็นเรื่องปกติ กัญชายังเป็นยาเสพติด
เมื่อเวลา 07.10 น. วันที่ 11 ก.ย.2566 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข เดินทางเข้ากระทรวง อย่างเป็นทางการวันแรก โดยสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง 7 จุด จากนั้นเข้าห้องทำงานชั้น 4 และลงนามในหนังสือการเข้ารับหน้าที่ในตำแหน่ง
ก่อนลงนามรับตำแหน่ง นพ.ชลน่าน ได้นำพระพุทธนิรามัยมาประดิษฐานเป็นพระประธานประจำห้องทำงาน พร้อมนำ พระสีวลี ซึ่งเป็นพระอรหันต์ที่มีบารมีเรื่องโชคลาภ ความสงบสุขร่วมเย็น และสมบูรณ์พูนสุขด้วยโภคทรัพย์ ที่ นพ.ชลน่านนำมาเองนั้น มาประดิษฐานที่โต๊ะหมู่บูชาในห้องทำงานด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการต้อนรับ มี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทวง พร้อมด้วยผู้บริหาร สธ.และหน่วยงานในสังกัด ทั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ขณะเดียวกันมีเครือข่ายชมรมแพทย์ชนบท ที่มีความสัมพันธ์อันดี เช่น นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.ขอนแก่น นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.ประจวบคีรีขันธ์ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัด สธ. มาร่วมแสดงความยินดีอย่างชื่นมื่นด้วย พร้อมมอบพระให้แก่ นพ.ชลน่าน
จากนั้นนพ.ชลน่าน ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เข้ามาแบบทางการ ก็ตั้งใจ ทุกอย่างจะเป็นไปตามนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภาแล้วแปลงมาเป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและนำสู่แผนการปฏิบัติ ขอให้รอก่อนไม่เกินวันที่ 22 ก.ย.นี้ ตนจะแถลงเป็นนโยบายของกระทรวงสู่ผู้บริหารเพื่อนำไปปฏิบัติ
เมื่อถามว่าตั้งเป้าหรือไม่ว่าภายใน 100 วันจะต้องเห็นผลลัพธ์อะไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นสิ่งที่เราเตรียมการและพูดคุยไว้เรียบร้อย ให้รอฟังประกาศ เมื่อถามว่าการยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรคเป็นพรีเมียมจะเป็นเช่นไร นพ.ชลน่าน กล่าวว่า วันที่ 30 ก.ย. จะมีความชัดเจน เราให้ความสำคัญในการยกระดับโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค แต่ไม่ใช่กลับมาเก็บ 30 บาท เป็นการยกระดับขึ้น เพิ่มคุณภาพประสิทธิภาพทุกมิติในงานกระทรวงสาธารณสุข
เมื่อถามว่าจะดูแลถึงสิทธิสุขภาพอื่น นอกจากบัตรทอง 30 บาทด้วยหรือไม่ เช่น ประกันสังคม ที่มีความเหลื่อมล้ำอยู่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราดูเชิงระบบทั้งหมด เราตั้งใจว่าในมิติสุขภาพที่เรามีส่วนร่วมดูแลที่ในภาระงานเราจริงๆ 60-70% แต่ใน 100% ทั้งหมดเป็นผู้รับผิดชอบมิติสุขภาพเชิงรวม
ฉะนั้น สธ.จะเข้าไปเป็นแกนหลักขับเคลื่อน เราตั้งใจถึงที่จะตั้งเป็นคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Board) เป็นภาพใหญ่ มีนายกฯ เป็นประธานบอร์ดชุดนี้ เพื่อวางแนวทางการขับเคลื่อนเชิงนโยบายทั้งหมด เรื่องลดความเหลื่อมล้ำ 3 กองทุนก็จะอยู่ในนี้ทั้งหมด เพราะจะมีความคาบเกี่ยวกับหน้าที่กระทรวงอื่นๆ จึงต้องมีแกนกลางมารองรับ
เมื่อถามว่าคณะกรรมการฯ ชุดนี้จะเข้ามาคุมทั้งหมด ทั้ง สธ. องค์กรตระกูล ส. ในเรื่องนโยบายทั้งหมดใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ทุกกระทรวงที่รับผิดชอบมิติด้านสุขภาพ
เมื่อถามถึงมีการจับตาเรื่องความขัดแย้งภายในกระทรวง โดยเฉพาะกลุ่มชมรมแพทย์ชนบท การทำงานจะมีแนวทางการลดความขัดแย้งอย่างไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า เรื่องความไม่พอใจน่าจะเป็นเรื่องความรู้สึกมากกว่า ทิศทางการทำงานของรัฐมนตรี คณะผู้บริหารแต่ละชุด มีแนวทางตามนโยบายของแต่ละท่าน แต่ตนให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก กลไกการขับเคลื่อนงานการแพทย์และสาธารณสุข มิติด้านสุขภาพ บุคลากรด้านสุขภาพสำคัญยิ่ง
เราจะมาดูเชิงระบบทั้งหมดในภาพใหญ่ เรายังวางเข็มมุ่งว่า กระทรวงสาธารณสุขน่าจะมีโอกาสมาบริหารจัดการเอง มีคณะกรรมการบริหารงานบุคคลเอง มีกฎหมายมารองรับเป็นการเฉพาะ ซึ่งเราก็ปรึกษาหารือกันอยู่ ตนเข้ามาขับเคลื่อนตรงนี้ก็พยายามผลักดัน มีกรรมการบริหารงานบุคคลของกระทรวงเป็นภาพใหญ่ไว้ และทุกภาคส่วนที่มีความปรารถนาดีต่อสุขภาวะและมิติสุขภาพประชาชน เราจะรวบรวมเป็นพลัง
“ความเห็นต่างมีแน่นอน แต่ว่าเราจะแปลงความเห็นต่างมาเป็นความเห็นร่วม ทุกคนทุกท่านบอกผมว่า เรามีความรักสมัครสามัคคี เป็นพี่เป็นน้องกัน พวกเรามองตากัน เราเป็นหมออยู่ในหัวใจของประชาชน มั่นใจว่าเราจะมีความรักสมัครสมาน ขับเคลื่อนงานสุขภาพร่วมกัน รวมถึงการดูแลเรื่องตำแหน่งบุคลากรต่างๆ ด้วย” นพ.ชลน่านกล่าว
ถามต่อว่าแสดงว่ายุคนี้จะไม่มีภาพม็อบต่างๆ เข้ามา นพ.ชลน่านกล่าวว่า ม็อบเป็นข้อเรียกร้องของประชาชนหรือบุคลากร เราไม่ได้ปิดกั้น ยิ่งมีความต้องการแล้วเราตอบสนองความต้องการไม่ได้ การแสดงออกชุมนุมเรียกร้องเป็นปกติในระบอบประชาธิปไตย ก็เรียกร้องได้
เมื่อถามย้ำว่าบอร์ดสุขภาพแห่งชาติ เป็นการฟื้นจากสมัย นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ เป็น รมว.สธ.ใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตรงนั้นยังไม่เรียบร้อย แต่เท่าที่พูดคุยกันจะมีลักษณะของกรรมการกลางที่มีนายกฯ เป็นประธาน มีคณะทำงานตรงนั้น และจะมีโครงสร้างขององค์กรรองรับในส่วนบริหาร ถ้าเป็นแห่งชาติรัฐมนตรีทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจะเข้าอยู่ทั้งหมด องค์กรอื่นๆ ภาครัฐเอกชนเข้ามา
ต่อข้อถามว่ากังวลหรือไม่ เพราะสมัยนั้นเกิดการโต้แย้งไม่อยากให้มีหน่วยงานนี้ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่กังวล เราใช้เนื้องานการขับเคลื่อนงานเป็นหลัก การประสานบูรณาการสุขภาพเป็นการแยกส่วนในปัจจุบัน การตอบสนองความต้องการสุขภาพก็ประสิทธิภาพไม่ถึงตามที่เราต้องการ ผลิตภาพผลิตผลไม่เกิด ก็ต้องมารวมกัน ยืนยันว่าไม่ซ้ำซ้อน กฎหมายแต่ละฉบับมีคณะกรรมการรองรับ แต่ตรงนี้จะเป็นบอร์ดกลางดูทั้งหมด ซึ่งยังไม่มีกรรมการตรงนี้
เมื่อถามว่าจะเป็นการลดบทบาทของ สธ.หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่ลดลง บทบาทของ สธ.จะเข้มแข็งมากขึ้น เป็นจุดเชื่อม เพราะบอร์ดนี้จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารงาน สธ. เป็นกลุ่มนโยบายเท่านั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ฟังบอร์ด เรื่องส่วนใหญ่จะถูกเสนอไปจากแต่ละกระทรวง เราเน้นบูรณาการอุดช่องว่างตรงนี้
เมื่อถามว่าเมื่อมีการเสนอนโยบายหรืองบประมาณซ้ำซ้อน หน่วยงานนี้จะคัดกรองหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า หน่วยงานนี้จะออกมิตินโยบาย ไม่เกี่ยวกับการบริหารสู่การปฏิบัติ เพราะมีผู้บริหารกระทรวงรองรับอยู่แล้ว ตนก็รับนโยบายมาจาก ครม. ส่วนเรื่องแบ่งงานกับรัฐมนตรีช่วยนั้นยัง รอแถลงนโยบายเสร็จก่อน
ผู้สื่อข่าวถามถึงนโยบายกัญชาทางการแพทย์จะเดินหน้าต่ออย่างไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราเขียนชัดในนโยบายของรัฐบาลและกระทรวง วันนี้เราเน้นกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในทุกระบบครบวงจร ไม่เฉพาะการรักษาอย่างเดียว แต่ต้องเกิดประโยชน์ทางการแพทย์ ส่วนถามว่าจะกลับเป็นยาเสพติดหรือไม่ ต้องดูกฎหมาย ขณะนี้ตัวกัญชาก็เป็นยาเสพติดตามที่ประกาศ ซึ่งสารสกัด THC มากกว่า 0.2% เป็นยาเสพติด
เมื่อถามว่ายุคนี้จะเป็นยุคสมานฉันท์ ไม่เกินข้อขัดแย้ง นพ.ชลน่านกล่าวว่า มั่นใจอย่างนั้น ตนเข้ามาความเป็นพี่เป็นน้อง ความที่เคยทำงานด้วยกัน เข้าใจมิติการขับเคลื่อนบริบทต่างๆ แต่ละท่าน แต่ละกลุ่ม แต่ละฝ่าย มีวัตถุประสงค์อะไรเราก็ทราบ เราทราบว่าการขับเคลื่อนตรงนั้นไม่ได้ทำไปเพื่อตนเอง ทำเพื่อประชาชน ตนมั่นใจว่าความสมานฉันท์ปรองดอง ร่วมกันแก้ปัญหา หันหน้าเข้าหากัน เอาสมองที่เป็นเลิศมารวมกัน มั่นใจว่าจะขับเคลื่อน มิติสุขภาพของประเทศได้
เมื่อถามว่าสหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงานจะเข้ามาพบเรื่องกำหนดชั่วโมงการทำงานแพทย์ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ยินดี เราดูเชิงระบบทั้งหมด เราถือว่าเป็นปัญหาที่จะต้องช่วยกันดูแล