ทีมรองโฆษกรวมไทยสร้างชาติ ผุดแคมเปญ สื่อสารบนโลกโซเชียล ฉะพวกบูลลี่ ตรรกะเพี้ยน ยันไม่เป็นสส. ก็ทำงานเพื่อประชาชนได้ แจงถ่ายภาพล้อเลียนก้าวไกล แค่คอนเทนต์
เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า ทีมรองโฆษกพรรรวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ประกอบด้วย นางรัดเก้า สุวรรณคีรี (เนเน่) นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ (ลอรี่) และนายชินภัทร กิจเลิศศิริวัฒนา (เก็ต) ได้ผุดแคมเปญสื่อสารบนโลกโซเชียล เพื่อนำทัพคนรุ่นใหม่ของพรรค โดยเฉพาะอดีตผู้สมัครสส. ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยจัดทำเสื้อยืดประกาศจุดยืนข้อความว่า “คนธรรมดา(สอบตก)เข้าสภา (ใจสั่งมา)ทำเพื่อประชาชน”
นายพงศ์พล กล่าวว่า ในการทำงานสื่อสารของพวกตน ตั้งแต่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นไป ถ้อยคำที่ใช้บูลลี่พวกเราอยู่เสมอคือ คำว่า สอบตก ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่ตนแสดงมุมมองทางการเมือง หรือทำกิจกรรมลงพื้นที่ หรือช่วยเผยเแพร่วิสัยทัศน์ หรือภาพการทำงานของคนในพรรค ก็จะมีการใช้ถ้อยคำนี้ตลอด ซึ่งมองว่า มันตรรกะเพี้ยนมาก เพราะคนที่ทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่จำเป็นต้องเป็น สส.เท่านั้น แม้พวกตนไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่ในฐานะคนธรรมดา อดีตผู้สมัครก็ทำงานเพื่อประชาชนได้เหมือนกัน

ทีมรองโฆษกรทสช.

ทีมก้าวไกล
นางรัดเกล้า กล่าวว่า คนของพรรครวมไทยสร้างชาติทุกคนทำงานหนักมาก แต่อคติที่ว่า สอบได้-สอบตก คงเป็นหมอกบังตาทำให้คนบางกลุ่มมองไม่เห็นสิ่งนี้ คุณค่าของคนวัดที่การกระทำ ผลงานวัดกันที่ความเพียรอุตสาหะ มันเป็นอะไรที่ไม่แฟร์ที่พวกตน ซึ่งป็นคนทำงาน มีความตั้งใจ กลับถูกบูลลี่ด้วยคนที่เห็นต่างแบบนี้ คุณภาพของอดีตผู้สมัครของพรรค อาจมีคุณภาพที่ดีกว่า สส.ของบางพรรคก็ได้ พวกตนยังไม่เคยทำอะไรผิดกฏหมาย ไม่เคยทำร้ายร่างกายคนอื่น เคารพผู้ใหญ่ ไม่ก่อเรื่องราวฉาวโฉ่
นายชินภัทร กล่าวว่า ตนโดนบลูลี่หนักมาก เพราะธรรมชาติของเนื้อหาที่ตนผลิตจะออกแนวล้อเลียน อย่างวันที่ไปถ่ายรูปใส่เสื้อข้อความ “คนธรรมดา(สอบตก)เข้าสภา (ใจสั่งมา)ทำเพื่อประชาชน” ที่สภาฯ ล้อเลียนกับภาพวันที่พรรคก้าวไกลเข้าทำงานในรัฐสภาและใส่เสื้อว่า“เราคือคนของประชาชนนะครับ” พวกตนจึงถ่ายรูปในช็อตเดียวกันเพื่อให้เห็นว่า แม้เป็นคนธรรมดา แม้ไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง ก็เป็นคนที่ทำงานเพื่อประชาชนได้เช่นเดียวกัน
“อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า พวกผมไม่ได้แขวะไปเรื่อยเปื่อย คอนเทนต์คือการสร้างความฮา พร้อมการให้สติ ชวนฉุกคิด คนที่เรียกตัวเองว่า ประชาธิปไตย ควรฝึกเปิดสมอง เปิดใจ รับฟังอะไรที่แตกต่างบ้าง” นายชินภัทร กล่าว