นายกฯ ย้ำแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตแน่นอน 1 หมื่น คาดไตรมาสแรกปี 67 ได้เห็น เร่งสรุปแหล่งเงินใน 10 วัน เดินหน้าเก็บภาษีมรดก เล็งเปิดวีซ่าฟรี อินเดีย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 ก.ย.2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวเสวนาในงาน THAIRATH FORUM 2023 FUTURE PERFECT เปิดมุมคิด พลิกอนาคตว่า เศรษฐกิจในปัจจุบันอยู่ในภาวะที่ไม่ดีนัก ค่าใช้จ่ายสูง เงินในกระเป๋าของประชาชนน้อยลง ดังนั้น อะไรที่ทำได้ก่อนจะเร่งดำเนินการทันที
โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่าย ทั้งการลดค่าไฟฟ้า ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรับลดลงเหลือประมาณ 4.10 บาทต่อหน่วย แต่ตนอยากเห็นตัวเลขอยู่ในระดับหลัก 3 บาทต่อหน่วย ขณะนี้อยู่ระหว่างพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2-3 สัปดาห์นี้
สำหรับโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะยังใช้บล็อกเชน (Blockchain) ตามที่ได้หาเสียงไว้เช่นเดิม ยืนยันจะดำเนินการแน่นอน คาดว่าได้เห็นแน่ภายในไตรมาส 1/2567 สำหรับวงเงินที่จะใช้ประมาณ 560,000 ล้านบาท แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรในช่วงเวลานั้น อย่างไรก็ตามเบื้องต้นสั่งการให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ไปหาแนวทาง โดยเฉพาะในเรื่องกรอบวงเงิน และแหล่งเงินที่จะใช้ดำเนินการดังกล่าว
สำหรับเงื่อนไขนั้น ยืนยันว่าจะมีทั้งในเรื่องรัศมี แต่จะเกิน 4 กิโลเมตรหรือไม่ยังต้องพิจารณา แต่หากจะเกินต้องเกินเล็กน้อยเท่านั้น ย้ำว่ารัฐบาลจะมองในทุกมิติทั้งในเรื่องของระยะทาง ระยะเวลา ประเภทสินค้า ส่วนการจ่ายนั้นจะจ่ายครั้งเดียวแน่นอน และจะต้องใช้ให้หมด เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในระยะสั้น
นายเศรษฐา กล่าวว่า สำหรับงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการต่างๆ โดยเฉพาะแจกเงิน 10,000 บาทนั้น ยอมรับว่าการจัดตั้งรัฐบาลผสมนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องคุยกันในทุกพรรค และต้องแบ่งสรรงบประมาณให้ดี โดยมอบหมายให้นายจุลพันธ์ ไปพิจารณา 2 สัปดาห์ ซึ่งปัจจุบันเหลือ 10 วันแล้วนับตั้งแต่วันสั่งการ คาดว่าจะได้รับความชัดเจนในเร็วๆ นี้
“ดิจิทัลวอลเล็ตพยายามออกมาให้ได้เร็วที่สุด ไม่เกินไตรมาส 1 ปีหน้า ทำแน่นอน ไม่มีตัวกลาง หลายท่านบอกว่าเป็นนโยบายประชาชนิยม เราไม่เถียง หลายรัฐบาลก็ทำเรื่องนี้ ที่เอาเงินเข้ากระเป๋าพี่น้องประชาชน ให้ใช้ในระยะเวลาที่เขาอยากจะใช้ สมมติวันนี้หากประกาศได้ว่าเป็น 1 ก.พ. มั่นใจว่าผู้ประกอบการหลายๆ ธุรกิจเร่งผลิต เร่งจ้างงานเพื่อนเอาสินค้ามารองรับ ทั้งเรื่องคน ผลิตสินค้า ดังนั้นเชื่อว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นก่อน”
นอกจากเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต สิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการต่อคือ การลงทุน ซึ่งเรื่องการลงทุนต่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากประเทศไม่เร่งเรื่องการลงทุน จะไม่สามารถยกระดับจีดีพีได้ ในการเดินทางไปประชุม UNGA78 ที่สหรัฐ รัฐบาลมีแผนที่เชิญชวนมาลงทุนในไทย รือ ทำ Business Matching การทำ FTA ต่างๆ เป็นต้น
ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวนั้น รัฐบาลให้ความสำคัญเพราะถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญ ล่าสุดรัฐบาลอนุมัติฟรีวีซ่าจีน ตั้งเป้าหมายภายในไตรมาส 4/2566 จะมีเม็ดเงินจากมาตรการดังกล่าวประมาณ 35,000 ล้านบาท ขณะที่ความกังวลเรื่องจีนเทานั้น เป็นสิ่งที่ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ขณะที่ประเทศอินเดียจะเป็นเรื่องที่ดำเนินการต่อ แต่ปัจจุบันยังมีในเรื่องของเที่ยวบินที่ยังต้องเตรียมความพร้อมในหลายๆ เรื่อง
สำหรับเรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น ยอมรับว่าหากให้ดำเนินการภายใน 3 เดือนเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เนื่องจากเป็นปัญหาสั่งสมมานาน มีทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายเอกชน เรื่องการประมูลสายสีส้ม เรื่องการเชื่อมต่อระบบตั๋วที่ต้องใช้ใบเดียว แต่ยืนยันว่าขณะนี้รัฐบาลเริ่มดำเนินการแล้ว
ส่วนเรื่องภาษีมรดก ยืนยันว่าจะดำเนินการต่อ เบื้องต้นเตรียมแต่งตั้งอธิบดีสรรพากรคนใหม่แล้ว ที่ผ่านมาภาษีมรดกจัดเก็บได้เพียง 200 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่น้อยมาก เป็นเหมือนเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ยืนยันว่ารัฐบาลมองเรื่องความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาใหญ่ และหลักการของภาษีคือ หากมีรายได้มากก็ต้องจ่ายภาษี การได้มรดกมาก็ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกัน
โดยอัตราจะต้องจ่ายเป็นอัตราที่เหมาะสมอย่างแน่นอน สำหรับล่าสุด ปลัดกระทรวงการคลังได้เซ็นกฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศ หากมีรายได้และนำเงินเข้ามาจะต้องเสียภาษี นโยบายดังกล่าวถือว่าดีมาก และในระยะต่อไปคงมีหลายกฎหมายที่จะออกมา ยืนยันว่าจะเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอน