ศรีจะไม่ทน! เตรียมร้อง ป.ป.ช. สอบ “ก้าวไกล-หมออ๋อง” ใช้กลฉ้อฉลแยกกันเดิน ส่อผิดจริยธรรมร้ายแรง ดักคอ พรรคที่จะไปสังกัดใหม่ ร่วมรับผิดด้วย
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2566 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน กล่าวว่า จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ และ สส.ก้าวไกล มีมติเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา ให้นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ ได้ต่อไป และหัวหน้าพรรคก้าวไกลก็จะได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ได้
โดยให้เหตุผลในแถลงการณ์ที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดียว่า “เพื่อให้พรรคก้าวไกลสามารถทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์ได้” พร้อมกับโพสต์รูปภาพและข้อความว่า “แยกกันเดิน เปลี่ยนประเทศด้วยกัน” นั้น
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า พฤติการณ์หรือการกระทำของพรรคก้าวไกลและนายปดิพัทธ์ดังกล่าว อาจมีเจตนาที่จะทำเป็นกลฉ้อฉลหรือนิติกรรมอำพรางซึ่งเป็นโมฆียะกรรม อันขัดหรือแย้งต่ออุดมการณ์ของพรรคที่ได้จดทะเบียนไว้กับนายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2563 ว่าจะยึดมั่นในหลักนิติรัฐและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไว้อย่างชัดเจน แต่กลับใช้วิธีการเยี่ยงนักการเมืองน้ำเน่าที่มุ่งกอดรัดอำนาจหรือตำแหน่งที่ตนมี หรือที่จะมีไว้อย่างไม่ละอาย มิได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เป็นเอฟซีจำนวนมากแต่อย่างใด
นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวถูกสังคมตำหนิ ติเตียน และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งอาจเป็นทฤษฎีสมคบคิดกันโดยมิได้ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และมิได้รักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของชาติ อันเป็นข้อห้ามตามหมวด 1 ของมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดตาม ม.219 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จะไต่สวนและมีความเห็นได้โดยตรง
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า หาก ป.ป.ช. มีความเห็นเป็นไปตามคำร้องก็จะต้องส่งศาลฎีกาพิพากษาเอาผิด ทั้งคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลชุดใหม่ และ สส.ก้าวไกล ที่มีมติเมื่อวันที่ 28 ก.ย. รวมทั้งนายปดิพัทธ์ด้วย และหากนายปดิพัทธ์ไปสังกัดพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองดังกล่าวก็จะถูกลากเข้าไปร่วมรับผิดด้วย ในฐานะตัวการร่วมในนิติกรรมอำพรางเหล่านี้
นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า เพื่อความชัดเจนทางกฎหมายองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงจะนำความไปยื่นร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ดำเนินการไต่สวน และมีความเห็นว่าเข้าข่ายกลฉ้อฉลหรือนิติกรรมอำพราง อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ อย่างไร ตาม ม.234(1) ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (พ.ร.ป.ป.ป.ช.) 2561 ต่อไปในวันที่ 2 ต.ค. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานป.ป.ช. สนามบินน้ำ