ศาลสั่ง คุก-ปรับ อาจารย์เกษียณ ตบ ศรีสุวรรณ ปากแตก พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนครึ่งแสน นักร้องเตือน ด้อมส้ม-แดง อย่าใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย
วันที่ 5 ต.ค.2566 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน กล่าวว่า จากกรณีที่ นายทศพล ธนานนท์โสภณกุล อาจารย์เกษียณราชการ อายุ 67 ปี ก่อเหตุบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายนายศรีสุวรรณ เมื่อวันที่ 11 พ.ค.66 ณ หน้าสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ภายหลังจากที่ไปให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประเด็นการร้องเรียนให้ตรวจสอบนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทยนั้น
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนายทศพล ที่ สน.ทุ่งสองห้อง หลังจากเกิดเหตุ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวมาให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง โดยได้แจ้งข้อหากับนายทศพลใน 2 ข้อกล่าวหา คือ ทำร้ายร่างกายและหมิ่นประมาท
- “ศรีสุวรรณ” แจ้งความโดนตบปากแตก อดกินน้ำพริกหลายวัน เรียก 1 ล้าน ไม่รับคำขอโทษ
- ลุงมือตบ ศรีสุวรรณ รับทราบข้อหา ร่ำไห้ไม่มีเงินจ่ายค่าเสียหาย 1 ล้าน พร้อมติดคุก
ต่อมาเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 รายงานว่า นายทศพล เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อให้ปากคำแล้ว จึงนำตัวส่งอัยการฟ้องต่อศาลแขวงดอนเมือง ให้ลงโทษตาม ป.อาญา มาตรา 91, 295 และ 393
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ต.ค.66 ที่ผ่านมาศาลแขวงดอนเมือง มีคำพิพากษาว่า นายทศพล มีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 295, 393 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ปอ.มาตรา 91 ฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย จำคุก 6 เดือน ปรับเงินเข้าหลวงรวม 2 หมื่นบาท
แต่นายทศพลให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง เพราะนายทศพลรู้สำนึกในการกระทำความผิด การที่ถูกจับกุมย่อมทำให้เข็ดหลาบและไม่กล้ากระทำความผิดซ้ำอีก เห็นควรให้โอกาสในการกลับตัวเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อาญา มาตรา 29 , 30
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า นอกจากนั้น ศาลยังมีคำพิพากษาในส่วนแพ่งให้นายทศพลชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายศรีสุวรรณเป็นเงิน 50,420 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปีอีก โดยให้นับตั้งแต่วันทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จด้วย
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า คำพิพากษาดังกล่าว แม้ศาลจะสั่งให้นายทศพลชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนของตนเป็นเงิน 50,420 บาทก็ตาม ซึ่งต้องเคารพในคำพิพากษาของศาล แต่ก็เป็นบทเรียนให้กับผู้ที่ชอบใช้กฎหมู่ อยู่เหนือกฎหมาย เพราะในการต่อสู้คดีของคนจำพวกนี้นั้น
ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นมีแนวร่วมกองเชียร์ที่เก่งแต่อยู่หน้าคอมฯหรือนักการเมืองที่นายทศพลไปถ่ายรูปคู่ด้วยหรือไปร่วมเชียร์ในเวทีปราศรัย มาให้กำลังใจเลยแม้แต่คนเดียว หากแต่ต้องยืนโดดเดี่ยวสู้คดีอยู่คนเดียวในชั้นศาล ฉะนั้น ฝากเตือนพวกด้อมฯสีส้มสีแดงทุกๆคนด้วยว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย

