“เค สามถุยส์” บุกสภาจี้ถาม “พิเชษฐ์” สอบจริยธรรม “อมรัตน์” บังคับขู่เข็ญเอาข้อมูล หลังจากเดินทางมายื่นไป 1 เดือน แต่เรื่องยังไม่คืบหน้า

เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 19 ต.ค.2566 ที่รัฐสภา นายนิยม นพรัตน์ หรือ เค สามถุยส์ เข้ายื่นหนังสือถึงนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฏรคนที่ 2 เพื่อขอความเป็นธรรม ในการตรวจสอบจริยธรรมของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1

"เค สามถุยส์" บุกสภาจี้ถาม "พิเชษฐ์" สอบจริยธรรม "อมรัตน์" บังคับขู่เข็ญเอาข้อมูล หลังจากเดินทางมายื่นไป 1 เดือน แต่เรื่องยังไม่คืบหน้า

“เค สามถุยส์” บุกสภาจี้ถาม “พิเชษฐ์” สอบจริยธรรม “อมรัตน์” บังคับขู่เข็ญเอาข้อมูล หลังจากเดินทางมายื่นไป 1 เดือน แต่เรื่องยังไม่คืบหน้า

นายนิยม กล่าวว่า เนื่องจาก นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล มีพฤติกรรมคุกคาม ข่มขู่ประชาชน เนื่องจากเราได้เรียกร้องในเรื่องนี้ไปกว่าหนึ่งเดือนแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนจากพรรคก้าวไกลว่า จะลงโทษ หรือจะแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้อย่างไร

นายนิยม กล่าวต่อว่า ซึ่งตนได้นำหลักฐาน และรายชื่อของบุคคลที่กระทำการดังกล่าวมาส่งให้กับทางรัฐสภาและกรรมาธิการ เนื่องจากมีพฤติกรรมของข้าราชการ หรือพนักงานราชการ ในการนำชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลส่วนตัว ออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นข้อมูลจากทะเบียนราษฎร แสดงว่ามีพฤติกรรมของข้าราชการ หรือพนักงานราชการ และไม่ทราบว่า สส. ใช้ตำแหน่งอะไร ประพฤติมิชอบหรือไม่ หรือใช้อำนาจบังคับขู่เข็ญในการบังคับเอาข้อมูลหรือไม่

นายนิยม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ การที่ตนต้องการให้ตรวจสอบเรื่องจริยธรรมของพรรคก้าวไกล เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดตั้งแต่ตอนที่นายปดิพัทธ์ยังอยู่พรรคก้าวไกล รวมถึงกรณีที่ที่ปรึกษาของรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ได้เดินทางประเทศเยอรมันนี พร้อมกับสส. ของพรรคก้าวไกล จึงมีคำถามว่าไปในตำแหน่งหรือฐานะอะไร เพราะบุคคลนั้นได้ออกมาระบุเองว่า ลาออกจากการเป็นที่ปรึกษาแล้ว

“เนื่องจากเขาเป็นข้าราชการทางการเมือง คุกคามประชาชน เราปล่อยคนเหล่านี้ไว้ไม่ได้ ต้องมีการลงโทษอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่งั้นจะเป็นเยี่ยงต่อไปในอนาคต ถ้าสส. หรือนักการเมือง มีพฤติกรรมไปเอาทะเบียนราษฎรของประชาชนมาโพสต์ให้เกิดการล่าแม่มด แบบนี้ประชาชนจะกล้าวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองหรือไม่ อย่างไร” นายนิยม กล่าว

ด้าน นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ถ้าเป็นการร้องเรียนบุคคลให้เจาะจงไปที่ตัวบุคคล ซึ่งนายปดิพัทธ์ก็ได้ย้ายพรรคไปแล้ว แต่ตนจะนำหนังสือร้องเรียนนี้ ไปให้กรรมธิการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็เป็นเรื่องของกรรมาธิการแต่ละคณะ ที่จะพิจารณาข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยอาจจะมีการเรียกผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน