‘ธรรมนัส’ ให้สหกรณ์รับซื้อข้าวช่วยชาวนา ตันละ 12,200 บาท สูงกว่าราคาตลาด สีเป็นข้าวสารได้กำไรแบ่งให้อีกตันละ 300 บาท
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 พ.ย. 2566 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) พยุงราคาข้าวที่ขณะนี้ราคาตกต่ำโดยเฉพาะราคาข้าวหอมมะลิ ในหลายจังหวัด เช่น ร้อยเอ็ด มีราคารับซื้ออยู่ที่ 10,800-11,000 บาท/ตัน เมื่อรัฐบาลมีนโยบายรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ที่มี 2 มาตรการ คือ มาตรการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี มีเป้าหมายดูดซับปริมาณข้าวออกสู่ตลาด 3 ล้านตัน โดยเก็บไว้ในยุ้งฉางของเกษตรกรเอง จะได้ค่าเก็บรักษาข้าว 1,500 บาท/ตัน
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ส่วนอีกมาตรการคือโครงการให้สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2566/2567 เพื่อให้การช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันเกษตรกรในการรวบรวม รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าววงเงินกู้ 10,000 ล้านบาท วงเงินชดเชยดอกเบี้ย 481 ล้านบาท เป้าหมายรับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิจากเกษตรกรที่ความชื้น 15% ตันละ 12,200 บาท เมื่อสีเป็นข้าวสารขายได้มีกำไรจะแบ่งให้เกษตรกรอีกตันละ 300 บาท รวมเป็น 12,500 บาท
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า ข้าวเปลือกปีการผลิต 2566/2567 คาดว่าจะมีผลผลิตออกมาประมาณ 17-20 ล้านตัน บริโภคในประเทศประมาณ 6-9 ล้านตัน ส่งออกประมาณ 4-5 ล้านตัน กลางเดือนนี้ผลผลิตจะออกมามากสุด สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ประมาณ 480 แห่ง จะเริ่มรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร คาดว่าจะสามารถบริหารจัดการสินเชื่อที่ได้ประมาณ 10,000 ล้านบาท รับซื้อข้าวได้ประมาณ 4 ล้านตัน ซึ่งถือว่ารับซื้อข้าวได้เกือบทั้งหมดแล้ว
“พี่น้องเกษตรกรที่กำลังจะนำข้าวไปขายให้โรงสี ขณะนี้มีสหกรณ์ทั่วประเทศจำนวน 480 แห่งที่จะเข้ารับซื้อข้าวจากเกษตรกร ให้ราคาสูงกว่าตลาดที่โรงสีรับซื้ออยู่จำนวนมาก” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว