ชัยชนะ ซัดรัฐบาลบริหาร 2 เดือน นายกฯ สอบตกได้แค่ 3 เต็มสิบ มองทำตัวเสมือนหัวหน้าทัวร์ศูนย์เหรียญ ดีแต่นำเที่ยว ไหว้สวย รมต. 35 คน สอบผ่านแค่ 3 ‘อนุทิน-ชาดา-ธรรมนัส’ ยัน ปชป.ได้หัวหน้าพรรคเป็นของขวัญปีใหม่
เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2566 ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รักษาการรองเลขาธิการ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของรัฐบาลหลังเข้ามาบริหารประเทศ 2 เดือน ว่า ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง สิ่งที่น่าผิดหวัง คือ ไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องเศรษฐกิจได้ ประชาชนยังอยู่ในยุคข้าวของมีราคาแพง อีกทั้งปัญหาการพนันออนไลน์ ทุกวันนี้ยังมีข่าวปัญหาอาชญากรรมทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการพนันออนไลน์มากมาย และสุดท้ายการแก้ไขปัญหายาเสพติดก็ล้มเหลว
ส่วนการปรับลดราคาพลังงาน ก็เหมือนเป็นการปรับลดแบบไฟไหม้ฟาง ระยะสั้น แก้ปัญหาไม่ตรงจุด และการทำงานของนายกฯ 2 เดือนที่ผ่านมา ก็เปรียบเสมือนนายกฯเป็นหัวหน้าทัวร์ศูนย์เหรียญ ส่วนใหญ่จะท่องเที่ยวในต่างประเทศมากกว่า และดูว่าการเดินทางต่างๆ ก็ไม่มีเป้าหมาย
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า มีรัฐมนตรีแค่ 3 คน ที่สอบผ่าน คือ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ที่ออกมาแสดงจุดยืนในเรื่องของสังคมหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเปิดผับถึงตีสี่ 2.นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย วางแผนแก้ไขปัญหาเรื่องผู้มีอิทธิพลอย่างมีระบบ และ 3.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับประชาชนและดูแลประชาชนทั่วประเทศ นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลเศรษฐาต้องกลับไปทบทวน เพราะรัฐมนตรีใน ครม. 35 คนสอบผ่านแค่ 3 คน ที่เหลือยังไม่มีผลงานประดับชัดเจน
“การเป็นนายกฯ ไม่ใช่การเดินแบบแฟชั่นโชว์หรือเป็นไกด์ทัวร์ จุดสำคัญต้องมีวุฒิภาวะ ซึ่งนายกฯยังไม่มี โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่จูบมือน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อันนี้ถือว่าขาดภาวะความเป็นผู้นำ และผมขอให้คะแนนนายกฯ แค่ 3 คะแนนจากเต็ม 10 และ 3 คะแนนที่ให้คือ 1.นายกฯ ไหว้สวย 2.ไปเที่ยวทำให้คนรู้จักประเทศไทยมากขึ้น และ 3 คือนายกฯแต่งตัวแฟชั่น” นายชัยชนะ กล่าว
นายชัยขนะ กล่าวถึงความคืบหน้าการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมประชุม กรรมการบริหารพรรค (กก.บห. )ชุดรักษาการ เพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่ เลือกหัวหน้าพรรค ทั้งนี้ ยอมรับว่า เมื่อวันเวลาผ่านไป ทุกฝ่ายพูดคุยกันมากขึ้น ถ้าเรายืนในจุดที่มีอัตตา ไม่คุยกัน ทางออกก็ไม่มี
พรรคเป็นสถาบันทางการเมือง มีทั้งคนรุ่นใหม่ คนรุ่นกลาง และคนรุ่นใหม่ ดังนั้น จะทำอย่างไร ให้คน 3 รุ่นนี้เชื่อมโยงกันและเข้าใจกันได้อย่างไร ประกอบกับสถานการณ์เมืองไทยอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน ประชาธิปัตย์ต้องปรับตัวให้อยู่ในยุคปัจจุบันให้ได้ เชื่อว่า ปีใหม่นี้จะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ ทั้งนี้ การพูดคุยกันภายในพรรค สมานรอยร้าวได้ประมาณ 60 % แล้ว แต่ก็เป็นไปในทิศทางที่ดี