เศรษฐา บอกงานเลี้ยงดินเนอร์ชื่นมื่น เสิร์ฟหมูฮ่องกง-บะหมี่ปั้นมือ ถอดหมวกรับฟังคำแนะนำ ตักเตือน น้อมรับปรับตัว ยันไม่มีต่อรองบนโต๊ะ เชื่อทุกพรรคลงเรือลำเดียวทำงานยกระดับความเป็นอยู่ปชช. แจง‘อิ๊งค์’ร่วมวงไม่มีนัย คุ้นเคยทุกคน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 พ.ย.2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมรับประทานอาหารค่ำกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ว่า จุดประสงค์ที่นัดทานข้าวเนื่องจากได้บริหารงานมา 2 เดือน ถือเป็นรัฐบาลที่มีพรรคร่วมหลายพรรค และเราเจอกันประจำอยู่แล้วในเวทีที่เป็นทางการ ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกสัปดาห์ นอกจากนั้นยังประชุมวงเล็กซึ่งพบปะเจอกันบ้างในลักษณะที่เป็นทางการมากกว่า
นายกฯ กล่าวว่า ในฐานะที่เพิ่งเข้าสู่การเมืองและไม่เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน วันนี้มาดำรงตำแหน่งนายกฯ ซึ่งตนไม่มีความชำนาญที่จะใช้เวทีทางการมากนัก เท่ากับพี่ๆน้องๆ ที่ทานอาหารค่ำด้วยกัน ตนถอดหมวกความเป็นนายกฯ ได้พูดคุยกันว่าในรัฐบาลก่อนๆ ที่หลายท่านเคยดำรงตำแหน่งมา ได้พัฒนาไปอย่างไร วิธีดำเนินการประชุม วิธีพูดคุย วิธีบริหารราชการแผ่นดิน
“แต่ละคนก็มีข้อแนะนำ ผมก็น้อมรับไปปฏิบัติ มันเป็นการพูดคุยที่เป็นกันเองและบรรยากาศสบายๆ เราได้ทานอาหารอร่อยๆ มีหมูแดงสไตล์ฮ่องกง ซึ่งทุกท่านชอบและบะหมี่ที่ใช้มือปั้นเองมาโชว์ให้ดู อยู่กันถึง 4 ทุ่มกว่า ถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่ได้พูดคุยกันอย่างสบายๆ” นายกฯ กล่าว
นายเศรษฐา กล่าวด้วยว่า ไม่ได้พูดคุยกันในเรื่องที่หนักๆมาก เช่น เศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องวิธีการทำงานและพรรคร่วมรัฐบาลมากกว่า ตรงนี้มีการพูดคุยตักเตือน ตนก็แสดงตัวตนว่าเป็นคนอย่างไร อธิบายสไตล์การบริหารเป็นอย่างไรบ้าง มีหลายคนได้พูดคุยแนะนำว่าควรทำอย่างไรบ้าง
อย่างนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ มีวัยวุฒิสูง และเป็นคนที่ตนให้ความเคารพในพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ก็ได้อธิบายให้ฟังถึงวิธีการทำงานของตนอย่างไรให้กับรัฐมนตรีท่านอื่น และหยอดมาเรื่องการสอนให้ปรับปรุงตัวเองด้วย เพราะนายกฯเป็นคนพูดตรง ตรงนี้อาจต้องนำไปปรับปรุงบ้าง เพื่อให้ไปถึงจุดมุ่งหมายที่มันดีเหมือนๆกัน แต่อาจจะมีหลายวิธีก็น้อมรับไปปฏิบัติ
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีคำแนะนำอะไรบ้าง นายกฯกล่าวว่า ไม่มีอะไร พูดคุยกันธรรมดา เราต้องอยู่ด้วยกัน มีอะไรก็พูดคุยกันได้ ก็แนะนำว่าอยากให้มีการเจอกันบ่อยขึ้น โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งคราวหน้าจะเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา บอกว่าอย่าไปจัดไกลถึงเขาใหญ่เอาแถวๆนี้ บรรยากาศดีไม่มีอะไรเลย จริงๆ ไม่มีการพูดคุยหรือต่อรองหรือขอนโยบายอะไรมา ไม่มี
เมื่อถามว่าจะนัดพบพูดคุยระดับย่อยๆ ลงมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แล้วแต่เห็นสมควร ไม่ได้จำกัดว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือเลขาฯ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ เข้าร่วมด้วย ซึ่งท่านสนิทกับหลายๆท่านตรงนั้นในฐานะนายกฯน้อย น่าจะมีส่วนช่วยเหลือประสานกับพรรคร่วมรัฐบาลและรองนายกฯคนอื่นได้ดีขึ้น
เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้ารัฐนาวาได้ขอความร่วมมืออะไรจากพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่มีเลย เพราะตนเชื่อว่าทุกคนรู้หน้าที่ดีอยู่แล้วว่าเรามาร่วมเรือลำเดียวกัน เรามาช่วยกัน เรามาที่นี่ เรามาเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ตนคิดว่าทุกท่านรู้หน้าที่กันเองอยู่ ส่วนท่านอื่นอาจจะคุยกันเรื่องเฉพาะเจาะจง ก็คงไปคุยกันวงอื่นเวทีอื่น แต่เวทีนี้ พบปะสังสรรค์กันมากกว่า
ส่วนที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไปร่วมด้วย เหมือนสอนงานทางการเมืองไปในตัวหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี เพราะน.ส.แพทองธาร มีความคุ้นเคยกับหลายคนอยู่แล้ว และบางครั้งก็จะเห็นเดินตามอดีตนายกฯมานานแล้ว ไม่ได้มีนัยอะไร