ชญาภา ชี้ชาวร้อยเอ็ด รอดิจิทัลวอลเล็ต หวังต่อยอดอาชีพ ฝากรัฐบาลทำโครงการให้สำเร็จ กระตุ้นเศรษฐกิจและพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ
เมื่อวันที่ 16 พ.ย. น.ส.ชญาภา สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลว่า เป็นนโยบายที่รัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจจากระดับฐานราก ให้เม็ดเงินกระจายไปในระดับชุมชน ซึ่งเงินจำนวน 10,000 บาท สำหรับชาวบ้านมันคือโอกาส คือความหวังที่จะลืมตาอ้าปากได้ และต่อยอดการลงทุนประกอบอาชีพ
นโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ตไม่ใช่การสงเคราะห์ประชาชนผู้ยากไร้ แต่เป็นการเติมเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจผ่านสิทธิการใช้จ่าย เพื่อให้ประชาชนเป็นกลไกสำคัญในการช่วยกันขับเคลื่อน และกระตุ้นเศรษฐกิจร่วมกับรัฐบาลในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ
น.ส.ชญาภา กล่าวต่อว่า หลังจากที่พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้ประกาศจะดำเนินนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นนโยบายระยะสั้นที่จำเป็น เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาตลอดหลายปีที่ผ่านมา และยังเป็นหนึ่งในหลายนโยบายที่พี่น้องประชาชนต่างเฝ้ารอด้วยความหวัง ประชาชนหลายคนคิดวางแผนเอาไว้แล้วว่าจะนำเงินไปใช้ทำอะไร
ซึ่งจากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนใน จ.ร้อยเอ็ด เขต 8 ทั้ง 5 อำเภอ 29 ตำบล 331 หมู่บ้าน ต่างก็ถามถึงนโยบายเงินดิจิทัลและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากได้เงินดิจิทัล เพื่อนำไปต่อยอดอาชีพและลงทุนต่อ เช่น ซื้อปุ๋ย ซื้อเมล็ดพันธุ์ อุปกรณ์การเกษตร หรือในครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน ก็มีการวางแผนรวบรวมกันเพื่อต่อยอดในธุรกิจเล็กๆ เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านค้าต่างๆ
“ชาวบ้านบางคนเล่าให้ฟังว่ามีอาชีพขับรถรับจ้าง แต่รถพัง ไม่มีเงินซ่อมรถ เพราะต้องจ่ายค่าซ่อมหลักหมื่น เลยจำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้ ใช้การไม่ได้ ทำให้ขาดรายได้หลักในการจุนเจือครอบครัว เพราะเงินหมื่นไม่ได้หากันได้ง่ายๆ ในยุคนี้ ดังนั้น ถ้าได้เงินดิจิทัลมาก็จะสามารถแก้ปัญหา และต่อยอดอาชีพของพี่น้องประชาชนได้
จึงสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนรอคอย และต่างคาดหวังกับนโยบายเงินดิจิทัล หลังจากต้องทนความยากลำบากจากสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยมาหลายปี นอกจากนี้ประชาชนยังฝากส่งกำลังใจให้รัฐบาลสามารถดำเนินการนโยบายเงินดิจิทัลให้สำเร็จ เพื่อนำพาประเทศออกจากวิกฤติเศรษฐกิจให้ได้” น.ส.ชญาภา กล่าว