เสี่ยต่อ ขอคุย 21 สส.ก่อนตัดสินใจนั่งหัวหน้าปชป. โอดโดนด่าฟรี ทั้งที่ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อปกป้องพรรค ลั่นเป็นรมต.สุจริตไม่เคยแตะเงินโสโครก ย้อนถามผิดด้วยหรือดูแล สส.ของพรรค
เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 8 ธ.ค.2566 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 21 สส. ขอให้เป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 9 ว่า ตนต้องคุย กับสส.ทั้ง 21 คนอีกครั้ง เพราะยังไม่ได้คุยรายละเอียด แต่วันนี้ตนเข้าพรรค มาเตรียมการประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 9 ธ.ค.นี้
ขอเรียนตรงๆว่า เรื่องที่จะให้ตนเป็นหัวหน้าพรรค เป็นสิ่งที่ตนคิดมากที่สุดในชีวิต การจะตัดสินใจแต่ละเรื่องไม่ใช่ตัดสินใจทันที แต่สิ่งหนึ่งที่ตนแสดงให้ทุกคนเห็นแล้วคือ นับตั้งแต่วันเลือกตั้งจบ ตนไม่เคยแสดงความกระสัน หรืออยากจะเป็นอะไรทุกอย่างเลย แค่อยากให้พรรคเดินไปข้างหน้าได้เท่านั้นเอง นี่คือจุดที่ตนแสดงออก 4-5 เดือนที่ผ่านมา
“เรื่องนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ จึงต้องคุยกับกลุ่มที่เสนอมาอีกครั้ง ผมไม่ได้เชิญสส.ไปกินข้าวที่บ้านมา 2 เดือนแล้ว ผมไปทำธุรกิจที่จีน ลาว คนที่รู้ดีที่สุดคือ มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค ไปถามดูได้เพราะผมคุยกันเป็นประจำ ที่ผ่านมาผมก็มีความรับผิดชอบในส่วนของผม บ้านหลังนี้เป็นบ้านของผม ผมต้องการให้บ้านหลังนี้ เดินไปข้างหน้าด้วยความราบรื่น มันมีหลายเรื่องภายในที่คนภายนอกไม่รู้ แต่คนภายในรู้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้ขอให้ผมได้คุยกับสส.อีกครั้งก่อน” นายเฉลิมชัยกล่าว
เมื่อถามว่าหากสส.ยังยืนยันเหมือนเดิมให้นายเฉลิมชัย เป็นหัวหน้าพรรคเหมือนเดิมจะทำอย่างไร นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ไม่เป็นไร ขอคุยก่อน ทุกอย่างต้องมีเหตุและผล จึงต้องขอคุยก่อนดีกว่า เพราะเมื่อวาน (7 ธ.ค.) ไม่ได้คุยอะไรกันมาก คุยกันประมาณ 5 นาที
เมื่อถามว่า 21 สส.มองว่าหากนายเฉลิมชัยมานั่งหัวหน้าพรรคจะมีเอกภาพ อย่างนี้จะยอมเสียสละมาเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ต้องมีเหตุผลมากกว่านี้ แต่ก่อนจะมีผลหรือมีข่าวอะไร ตนอยากให้ใช้ความคิดกันสักนิดว่าการจะนำเสนอสิ่งต่าง ๆ ขอให้ทุกอย่างใช่ก่อน
2 วันที่ผ่านมา ตนก็โดนด่าฟรีไปเยอะแล้ว ขอถามสั้นๆว่า ตนเป็นผู้บริหารพรรคในรอบ 30 ปี ทั้งคนที่เคยเลือกพรรค และไม่เคยเลือกพรรค คนที่ติดตามทางการเมือง มีผู้บริหารคนไหนกล้าถวายชีวิตเหมือนตนบ้าง เอาชีวิตเป็นตัววัด เอาชีวิตมาให้พรรคเลย เอาชีวิตปกป้องผู้นำพรรค ท่านไปศึกษาประวัติมาเลย มีผู้บริหารพรรคคนไหนบ้างกล้าทำแบบตน
“ผมไม่ได้อยากดัง สักวันหนึ่งผมจะพูดให้ฟังว่าเหตุการณ์มันเป็นอย่างไร เพราะมีความพยายามเบี่ยงเบนว่าที่ผมประกาศจะเลิกเล่นการเมือง เพราะอวดดี อวดเก่ง อยากดัง ท่านไม่ได้อยู่ในพรรค ท่านไม่รู้ แต่ผมยืนยันได้เลยว่าผมใช้ชีวิตทั้งชีวิตปกป้องพรรค ลองเอาใจเป็นกลาง ไม่ต้องเข้าข้างฝ่ายใดแล้วมองพรรคประชาธิปัตย์ เป็นองค์กรหนึ่ง อย่ามองว่าเป็นอนุรักษ์นิยม
ขอใช้ความเป็นกลางมาดูผมก็จะเห็นความจริง จะรู้คำตอบตรงนี้ ผมเป็นคนไม่พูดมาก เล่นการเมืองไม่เก่ง เป็นคนที่ยังไงก็ยังงั้น แต่สิ่งที่ผมมีคือ ความจริงใจให้กับพรรค ผมเคยถามว่าน้องๆสส.ที่เขานับถือผม ผมผิดใช่ไหม ที่ผมดีกับเขา ผมออกมาดูแลพรรค ดูแลเขา แล้วมีตรงไหนบ้างที่ผมเสียหาย
ผมกล้าพูดว่าผมเป็นรัฐมนตรีที่สุจริตคนหนึ่งเหมือนกัน ผมถึงกล้าพูดว่าผมไม่เคยแตะเงินโสโครก ถึงเวลาผมก็จะออกมาชี้แจงทั้งหมดไม่ต้องห่วง ขอให้รอนิดหนึ่งคุยกับสส.อีกครั้งว่าเป็นอย่างไร แต่ผมว่าต้องมีเหตุมีผลเพราะบางเรื่องเป็นเรื่องภายในอาจจะพูดออกมาภายนอกไม่ได้ จึงต้องขอให้เขาพูดให้ฟังว่าเป็นอย่างไร” นายเฉลิมชัย กล่าวว่า
เมื่อถามว่าหากทำเพื่อพรรคพร้อมกลับคำพูดหรือไม่ ที่ว่าไม่เล่นการเมืองแล้ว นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ไม่ต้องห่วง อย่างไรก็เจอตนอยู่แล้ว ตนไม่หนีไปไหน