“วันนอร์” ชี้ รัฐประหาร ทำรัฐธรรมนูญไร้ศักดิ์ศรี สภาไร้เกียรติ อำนาจประชาชนถดถอย หวัง การแก้รธน.ในอนาคต ช่วยลดขัดแย้ง สร้างรัฐสภาเป็นสถาบันการเมืองที่มั่นคง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 ธ.ค. 2566 ที่อาคารรัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดการเสวนา เนื่องในโอกาสรัฐสภาจัดงานวันฉลองรัฐธรรมนูญ ประจำปี 2566 โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า วันรัฐธรรมนูญมีจุดประสงค์เพื่อให้คนในชาติระลึกถึงความเป็นเอกราช

ภายใต้การปกครองอิสระ ที่มีกฎเกณฑ์ เคารพสิทธิหน้าที่ และมีเสรีภาพของบุคคล ความเป็นธรรมของมนุษยชาติ ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างสมดุล เห็นเจตนารมณ์หลักของรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2475 จนถึงปัจจุบัน ไม่ได้มีรัฐธรรมนูญเพียงฉบับเดียวเป็นฉบับถาวร แต่มีการยกร่างมาประกาศใช้ไหม่หลายครั้ง มีการฉีกทิ้งจนไม่อยากจะนับครั้ง สะท้อนถึงการแย่งชิงอำนาจ สลายอำนาจ และสืบทอดอำนาจ การยกเลิกรัฐธรรมนูญมักเกิดขึ้นจากการปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครอง และยกเลิกสภา แล้วจัดการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ในนามคณะของตน จัดตั้งรัฐบาลและสภาของตน เพื่อใช้อำนาจบริหารประเทศ

ทำให้ศักดิ์ศรี ความเชื่อมั่น ความศรัทธาของรัฐธรรมนูญและระบบรัฐสภา เสื่อมถอยลงอย่างน่าเสียดาย อำนาจของหัวหน้าคณะปฏิวัติ หัวหน้าคณะรัฐประหาร สูงกว่ารัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่าวันที่ 10 ธ.ค. นอกจากจะเป็นวันรำลึกถึงรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นวันที่ต้องอาลัยในการสูญเสียศักดิ์ศรีของรัฐธรรมนูญ

“กฎหมายที่ผ่านมา มักเป็นการเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐ มากกว่าพิทักษ์อำนาจของประชาชน เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ความยากจน หนี้สิน ปัญหาสังคม และยาเสพติดตามมา รวมทั้งการตีความให้ความเห็นข้อกฎหมายที่ต้องใช้กฤษฎีกาหรือศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ใช้องค์กรของรัฐสภาที่เป็นผู้ผลิตกฎหมายมาใช้” วันมูหะมัดนอร์ กล่าว

ประธานรัฐสภา กล่าวต่อว่า วันนี้เรายังควรรำลึกถึงรัฐสภา ซึ่งรัฐสภายังดำรงอยู่ ประหนึ่งเป็นส่วนราชการ มากกว่าของประชาชน ตนจึงเห็นว่าเราน่าจะช่วยกันคิด ว่าถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะทำให้รัฐสภาเป็นสถาบันการเมืองของประชาชนอย่างมีศักดิ์ศรี

มีภารกิจสร้างความสมดุลระหว่างองค์กร อำนาจ พิทักษ์รับรองสิทธิของทุกคน ถึงเวลาที่เราจะต้องแก้ไขปรับปรุงโครงสร้างการบริหารรัฐสภา และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้คุ้มครองความเสมอภาคแห่งสังคมพหุวัฒนธรรมให้มากยิ่งขึ้น โดยปราศจากความขัดแย้งและแตกแยก

ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติของกฎหมายใด กฎหรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้น จะเป็นการใช้บังคับไม่ได้ โดยหลักการแล้วการใช้อำนาจด้วยอาวุธปืน ทำการปฏิวัติรัฐประหาร กำหนดกฎเกณฑ์บังคับใช้กับประชาชน ใช้อำนาจตัดสินคดีโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมศาล เป็นสิ่งที่ละเมิดวัฒนธรรม จริยธรรม รัฐธรรมนูญ ระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น

แต่การกระทำโดยวิธีการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเคยชิน กลายเป็นวัฒนธรรมการปกครองของไทยโดยไม่มีความผิดใดๆ ข้อกังขาและการกระทำดังกล่าวนี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ที่ทำให้รัฐธรรมนูญไร้ศักดิ์ศรี รัฐสภาไร้เกียรติ อำนาจประชาชนถดถอย วัฒนธรรมจริยธรรมแห่งระบบประชาธิปไตยถูกละเลย รัฐธรรมนูญเป็นแค่กระดาษ เท่ากับว่าอำนาจประชาธิปไตยของประชาชนไม่ได้มีอยู่จริง

“10 ธ.ค.ปีนี้ ขอให้เป็นรัฐธรรมนูญแห่งความหวังของประชาชน เป็นวันที่จะสถาปนาระบบรัฐสภาให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชน และระบอบประชาธิปไตยของประเทศ ที่จะต้องพิทักษ์ความเป็นสิทธิมนุษยชน เป็นวันแห่งสันติภาพ อิสรภาพ เสรีภาพ

หวังว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคตจะช่วยลดบรรยากาศความขัดแย้ง ระหว่างรัฐกับประชาชน และประชาชนกับประชาชน โดยใช้กลไกระบบรัฐสภา ในการคุ้มครองประชาชนอย่างสมดุล เพื่อรักษาอำนาจของประชาชนไม่ให้ตกอยู่กับคนในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน