พิพัฒน์ ไม่สนคำสั่งทบทวน ‘ค่าแรงขั้นต่ำ’ ขึ้น 2 บาทน้อยไป เตรียมเสนอเข้าครม.พรุ่งนี้ เผยมีหน้าที่นำมติในที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างเสนอ
วันที่ 11 ธ.ค.66 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง สั่งให้ทบทวนมติการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ทางคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 โดยไตรภาคีของกระทรวงแรงงาน ประชุมร่วมกันและมีมติเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าการปรับขึ้นเพียง 2 บาทต่อวันนั้นต่ำเกินไปว่า
ในฐานะ รมว.แรงงาน มีหน้าที่ในการนำมติในที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ที่ได้รับพิจารณาเห็นชอบร่วมกันของไตรภาคีทั้งสามฝ่าย คือ ฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และฝ่ายข้าราชการประจำ ซึ่งได้ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ไปเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งตนยืนยันว่าพรุ่งนี้ (12 ธ.ค.) จะนำมติดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อรับทราบ ส่วนทาง ครม.จะมีความเห็นอย่างไรนั้น ก็ต้องนำมาหารือกันภายในไตรภาคี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 78 ระบุว่า ให้มีคณะกรรมการค่าจ้าง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนฝ่ายรัฐบาล 4 คน ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละ 5 คนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ และข้าราชการกระทรวงแรงงาน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นเลขานุการ
โดยมีอำนาจกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งมาตรา 87 ระบุว่า ในการพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำให้คณะกรรมการค่าจ้างศึกษาและพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ประกอบกับข้อเท็จจริงอื่นโดยคำนึงถึงดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ มาตรฐานการครองชีพ ต้นทุนการผลิต ราคาของสินค้าและบริการ ความสามารถของธุรกิจ ผลิตภาพแรงงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ และสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม
และมาตรา 88 กำหนดว่าเมื่อได้ศึกษาข้อมูลและพิจารณาข้อเท็จจริงตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 87 แล้วให้คณะกรรมการค่าจ้างประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำหรืออัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือโดยเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา