พ.ต.อ.ทวี เปิดงานเสวนาอนาคตการเงิน “ฟินเทค” ชี้ภาครัฐต้องปรับตัวให้ทัน เผย ชงกฎหมายยกเลิก พ.ร.บ.เช็ค เข้าสภา ยุติโทษอาญา ช่วย 1,000 ชีวิตพ้นคุก
วันที่ 20 ธ.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานเสวนา “ก้าวเข้าสู่อนาคตการเงิน Future FinTech 2024” ซึ่งภายในงานมีการเสวนาเรื่อง ทิศทางอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลและแนวโน้มข้อพิพาท และการอนุญาโตตุลาการทางธุรกิจฟินเทค ปี 2024
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ท่ามกลางการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด มีการนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ ทำให้หน่วยงานของรัฐที่กำหนดนโยบายต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง มีความสลับซับซ้อนในการกำหนดนโยบายและกฎหมายมากขึ้น
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในวันที่ 20 ธ.ค. สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณากฎหมายสำคัญฉบับหนึ่ง คือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ซึ่งเป็นกฎหมายที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ โดยจะยกเลิกความผิดทางอาญาอันเกิดจากการใช้เช็ค
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ปัญหาที่พบสมัยก่อน เมื่อมีการใช้เช็ค นำเช็คไปขึ้นเงิน หรือใช้ในการกู้ยืมเงิน ทำให้มีหลักฐาน และเจ้าหนี้ใช้เช็คไปจับกุม แล้วไปบีบบังคับเรื่องธุรกิจ คือ ตามเงินไม่ได้ก็จะจับกุม เมื่อเข้าไปอยู่ในเรือนจำ อยู่ในห้องขัง ก็ไปกดดันให้ยอมจำนนและต่อรอง เรามองว่าการกระทำลักษณะนั้นขัดหลักสิทธิมนุษยชน เพราะคดีการกู้ยืมเงิน ไม่ควรต้องมาติดคุก
“ดังนั้น ถือเป็นวาระสำคัญที่ผม ในฐานะรมว.ยุติธรรม จะนำกฎหมายนี้เข้าสภา” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ปัจจุบันเราเปลี่ยนธุรกรรมทางการเงินเป็นธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จากการรวบรวมข้อมูลเมื่อปี 2565 พบว่าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มีประมาณ 28,000 ล้านธุรกรรม มีเช็คแค่ 67 ล้านธุรกรรม คือร้อยละ 0.24 เท่านั้น ดังนั้นการใช้เช็คก็ควรที่จะยกเลิกโทษทางอาญา
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า หลังกฎหมายฉบับนี้ผ่าน เราเขียนกฎหมายเลยว่า คนที่อยู่ในเรือนจำที่ติดคุกเพราะเช็ค มีอยู่ประมาณ 1,000 คน จะต้องได้รับการปล่อยตัว นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่ภาครัฐมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง
รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า แม้ธุรกรรมทางการเงินในปัจจุบันจะลดการใช้เช็คลงมาก และใช้เทคโนโลยีทางการเงินสมัยใหม่ หรือ FinTech สูงขึ้นก็ตาม แต่อีกด้านหนึ่งคือด้านของความเสี่ยง ด้านของความปลอดภัยของข้อมูล เป็นความเสี่ยงต่อผู้ใช้เอง ความเสี่ยงต่อการลงทุน เหล่านี้ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องคำนึงถึง ไม่เพียงเป็นความท้าท้ายด้านอุตสาหกรรมหรือบางภาคธุรกิจ แต่เป็นความท้าท้ายของกฎหมายในการระงับข้อพิพาทด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมเสวนาในครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ฝ่ายต่างๆ ได้มาร่วมสำรวจแนวโน้มข้อพิพาทเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินใหม่ๆ และการใช้อนุญาโตตุลาการของธุรกิจฟินเทคที่จะเกิดขึ้นในปี 2024 ตั้งแต่กลไกการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นใหม่ ไปสู่ผลทางกฎหมายของสัญญาอัจฉริยะ จึงต้องมีกระบวนการเตรียมความรู้และกลยุทธ์ที่จำเป็นเพื่อรับมือกับความยุ่งยากซับซ้อนในข้อพิพาททางธุรกิจฟินเทคได้อย่างมีประสิทธิภาพ