ฝ่ายค้าน ลับมีด รอชำแหละ งบปี 67 เมินฝ่ายรัฐบาล สั่งห้ามแตะ “ทักษิณ” ยัน ถ้ามีวาระเกี่ยวข้องก็ต้องพูดถึง “ปกรณ์วุฒิ” ซัด จัดงบไม่ตอบโจทย์ แก้วิกฤตเศรษฐกิจ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ม.ค. 2567 ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ในการประชุมวิปฝ่ายค้านวันที่ 2 ม.ค. เชิญ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สภาพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ (สศช.)

เพื่อชี้แจงถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีสาระสำคัญอย่างไร และมีเหตุผลการปรับเปลี่ยนงบประมาณด้านต่างๆ อย่างไร

ส่วนที่ฝ่ายรัฐบาลขอให้การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณครั้งนี้ ไม่ให้โยงถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น คิดว่าไม่เกี่ยวข้องอะไร สส. ทุกคนทราบอยู่แล้วว่า วาระที่จำเป็นและเกี่ยวข้องก็ต้องค่อยพูดถึง ถ้าวาระที่ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอ่ยถึงบุคคลภายนอก

ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายค้านจะแบ่งเวลาอภิปรายงบประมาณให้พรรคเล็กอย่างไร เพราะการประชุมวันนี้มีตัวแทนพรรคประชาธิปไตยใหม่เข้าร่วมด้วย ทั้งที่ไม่เคยมาร่วม นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เรื่องการแบ่งเวลาคุยกันเรียบร้อยแล้ว มีการแบ่งเวลาให้พรรคเล็กด้วย

แม้สัปดาห์ที่แล้วไม่มีการประชุมวิปฝ่ายค้าน แต่ได้โทรศัพท์แจ้งพรรคการเมืองต่างๆ ถึงการแบ่งเวลาแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 200 นาที พรรคไทยสร้างไทย 1 ชั่วโมง พรรคเป็นธรรม 20 นาที ส่วนพรรคเล็ก อย่างพรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคใหม่ ได้เวลาพรรคละ 10 นาที

ส่วนการจัดหมวดหมู่อภิปรายนั้น นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลประกาศไปแล้วว่า การอภิปราย คือ วิกฤตแบบใด ทำไมจัดงบแบบนี้ เพราะรัฐบาลบอกตลอดเวลาว่า ประเทศไทยอยู่ในวิกฤตต้องกู้เงินมาทำโครงการต่างๆ การทำดิจิทัลวอลเล็ต แต่สุดท้ายการกระทำจะสะท้อนออกมาผ่านการจัดทำงบประมาณว่า รัฐบาลมองประเทศมีวิกฤตจริงหรือไม่

เท่าที่ดูยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในการจัดสรรงบประมาณเปลี่ยนไปจากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ มากเท่าไร เราเข้าใจดีว่ารัฐบาลเพิ่งมาบริหารประเทศได้ไม่กี่เดือน แต่ต้องบอกว่าตอนที่รัฐบาลรับตำแหน่ง ร่างพ.ร.บ.งบปี 67 พร้อมเข้าสภาอยู่แล้ว

แต่เมื่อล่าช้ามาขนาดนี้ เราจึงคาดหวังเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญว่า เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว และทิศทางการหาเสียงแตกต่างจากรัฐบาลที่แล้วพอสมควร ดังนั้น ทิศทางการใช้งบประมาณ ต้องเห็นความแตกต่างจากรัฐบาลที่แล้ว แต่ไม่เห็นว่าจะแตกต่างมากมายแค่ไหน

เมื่อถามว่าช่วงหยุดปีใหม่ ฝ่ายค้านได้ศึกษาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ เห็นความผิดปกติอย่างไรบ้าง นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ความผิดปกติ คือ ความปกติ เพราะจัดงบเหมือนปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่แน่ใจว่า 3 เดือนที่ผ่านมา กว่าร่างพ.ร.บ.งบปี67 จะเข้าสภาฯ และกว่าจะบังคับใช้ได้ มีความล่าช้าไปครึ่งปี ก็เหมือนปกติ แทบไม่เปลี่ยนแปลงอะไร

การอภิปรายระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค.นี้ ฝ่ายค้านวางไว้หลายด้าน เช่น วิกฤตเศรษฐกิจปากท้องที่พรรคเพื่อไทยเน้นย้ำอย่างมากว่า เราอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจ ฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นว่า การบอกว่ามีวิกฤตเศรษฐกิจแล้วจัดงบแบบนี้หรือ รวมถึงงบด้านสิ่งแวดล้อม

พรรคการเมืองพูดถึงวิกฤตความเหลื่อมล้ำ แต่การจัดงบไม่สามารถบรรเทาความเหลื่อมล้ำในประเทศได้เลย และวิกฤตทรัพยากรมนุษย์ ตั้งแต่เด็กเกิดน้อย การศึกษาของเยาวชนเติบโตจนเป็นแรงงานด้านต่างๆ เราได้งบประมาณเพื่อรองรับการเติบโตของทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ที่รัฐมนตรีเพิ่งออกมาพูดถึงอัตราเด็กเกิดต่ำ อาจกระทบในอนาคต การจัดงบประมาณสะท้อนวิกฤตปัญหาเหล่านี้หรือไม่

เมื่อถามว่าการอภิปรายครั้งนี้เป็นครั้งแรกของฝ่ายค้าน จะทำให้ไม่แพ้การอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า คิดว่าเข้มข้นไม่ต่างจากการอภิปรายงบประมาณของพรรคก้าวไกลในปีที่ผ่านมา

เมื่อถามย้ำว่าหากมีการประท้วงเกิดขึ้น ฝ่ายค้านตั้งทีมรองรับหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เรามีทีมวิปเฝ้าสภาอยู่แล้ว ซึ่งการอภิปรายงบประมาณปีที่ผ่านๆ มา แทบไม่เคยมีการประท้วง เพราะเนื้อหาสาระเป็นเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณ

จริงๆ แล้วรัฐบาลก็บอกเองว่า ไม่ได้กังวลอะไร ไม่จัดองค์รักษ์เป็นพิเศษ คิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกแล้ว ที่ผ่านมา 4 ปี เราเห็นแล้วว่าการอภิปรายงบประมาณเป็นไปด้วยความราบรื่น เพราะพูดถึงงบประมาณล้วนๆ

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนที่รัฐบาลส่งร่างพ.ร.บ.งบประมาณล่าช้านั้น ทำให้กระทบการทำงานฝ่ายค้าน แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีปัญหา ช่วงหยุดปีใหม่ พวกเราไม่ได้หยุด 2 วันที่ผ่านมา ตนใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนฟังการซ้อมอภิปรายของ สส.ก้าวไกล แต่ละคน ดังนั้น การพิจารณางบประมาณรอบหน้า คาดหวังและขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งร่างงบประมาณมาให้เร็วกว่านี้

ขอให้ยึดเสมอว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ เป็นเรื่องของสภา การที่รัฐบาลอยากให้พิจารณาวันนี้แล้วไปรับงานที่สำคัญในสัปดาห์อื่นๆ เหมือนมัดมือชกสภาต้องพิจารณาในสัปดาห์นี้เท่านั้น เป็นการไม่ให้เกียรติสภา

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า ดังนั้น การพิจารณาร่างงบประมาณฉบับหน้า รัฐบาลควรพูดคุยกับสภาก่อนจะพิจารณาวันใด ส่วนความกังวลจะพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณ เสร็จไม่ทันตามกรอบ 105 วันนั้น เชื่อว่าสามารถพูดคุยทำความเข้าใจกันได้ เราพร้อมให้ความร่วมมือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน