“หมอวาโย” ตรวจสุขภาพ KPI ประเทศไทย แซะ สธ. ตั้งตัวชี้วัดน้อยกว่าผลงาน “บิ๊กตู่” อย่างนี้ ให้ “ประยุทธ์” ทำเหมือนเดิมดีกว่า ยัน “ก้าวไกล” ไม่เห็นชอบงบ 67

เมื่อเวลา 15.05 น. วันที่ 3 ม.ค. 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท

โดยนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขออนุญาตตรวจสุขภาพเคพีไอ (KPI) ของประเทศไทย โดยตัวชี้วัดในผลงานของรัฐบาลต้องมีความจำเพาะ ไม่กว้างจนเกินไป สามารถวัดได้ที่มีตัวเลขที่ไปคำนวณต่อทางสถิติได้ เป้าหมายที่ไปถึงได้ ตัวเลขที่สมจริงกับสถานการณ์ และมีเวลาที่เหมาะสม

ขอยกตัวอย่าง กระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาลปัจจุบัน ผู้ป่วยยาเสพติดถ้าเข้าสู่กระบวนการรักษาจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราอยากให้ได้ 100% แต่ถ้าอ้างอิงจากความสมจริงด้วยบุคลากร หรือทรัพยากรต่างๆ อาจจะมีไม่เพียงพอ

รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ตั้งไว้ที่ 60% แต่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข เพิ่มเป็น 62% ในปีนี้ แต่ปีสุดท้ายของรัฐบาลเพิ่มขึ้นเป็น 68% โดยผลงานของพล.อ.ประยุทธ์ ทำได้ 65% แต่รัฐบาลปัจจุบันตั้งตัวชี้วัดที่ 62% ถ้าแบบนี้ไม่ต้องมีรัฐบาลก็ได้ ให้พล.อ.ประยุทธ์ ทำเหมือนเดิม

“นอกจากนี้ สำนักงบประมาณตั้งความสำเร็จไว้ว่า ต้องมี พ.ร.บ.งบประมาณ ออกมา 1 ฉบับ ผมก็งงว่าเราสามารถตั้งตัวชี้วัดความสำเร็จของงานตัวเอง ด้วยการทำงานของคนอื่นได้ด้วยหรือ ผมถามว่าพ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ใครเป็นออก รัฐสภาใช่หรือไม่ ผมสามารถบอกว่าผมสำเร็จด้วย เพราะเพื่อนทำการบ้านเสร็จแบบนี้ได้หรือ เรื่องนี้ประหลาด” นพ.วาโย กล่าว

นพ.วาโย กล่าวต่อว่า มีเรื่องเพิ่มเติมจากรัฐบาลก่อน คือ การจัดทำงบประมาณและการใช้งบประมาณจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งต้องตั้งไว้ 100% แบบนี้ เพราะหากท่านตกไปแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว แปลว่ารัฐบาลบริหารงานไม่เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ

“ขอฝากเตือนว่าหากตัวเลขปีหน้าออกมา 98 จะทำอย่างไร การตั้งเป้าหมายหรือตัวชี้วัดผลงานที่ไม่ดี ไม่ตรงจุด ถึงแม้ว่าทำได้ตรงเป้าก็ไม่ทำให้ประเทศดีขึ้นได้ ดังนั้น ผมและพรรคก้าวไกล ไม่สามารถเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ปี 67 ได้” นพ.วาโย กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน