เศรษฐา แจงสภาฯ นโยบายต่างประเทศ เตรียมคุย ฮุน มาเนต เคลียร์พื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ชี้เป็นขุมทรัพย์ วางเป้าให้ชีวิตประชาชน 2 ประเทศดีขึ้น
เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 3 ม.ค.67 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ขอขอบคุณสำหรับการแนะนำนโยบายการต่างประเทศ ส่วนเรื่องจุดยืนในเวทีโลกที่ปัจจุบันนี้มีความเปราะบางอย่างสูง ประเทศไทยชัดเจนเรามีจุดยืนความเป็นกลาง เรามีความภาคภูมิใจในความเป็นเอกราชของประเทศไทย เรื่องที่เกิดขึ้นหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอิสราเอลกับฮามาส การที่เราเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกทำร้าย แต่เราก็ใช้การทูตการเจรจาการพูดจาที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย โดยมีจุดยืนที่ความเป็นกลาง อาศัยความเป็นการทูตที่ดีกับประเทศที่มีอินฟูลเลทโอเวอร์ทั้งสองฝ่าย
โดยเฉพาะนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งตนได้มีโอกาสได้พบปะหลายๆ เวที และสนิทสนมเป็นการส่วนตัว ตนยังได้ไปกินทานข้าวและได้ขอร้องให้ท่านช่วยดูแลเรื่องของตัวประกันอีก 8 คนที่ยังไม่หลุดออกมา เราก็ต้องดูสถานการณ์และพร้อมลุกเจรจาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆเรา
การเดินทางไปต่างประเทศของตนนั้น เชื่อว่าเป็นที่ประจักษ์ว่าเราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้ดี มีการจ้างงานเกิดขึ้น มีการยกระดับรายได้ของประชาชนคนไทย เรื่องนี้เราจะยังทำต่อไป แม้เราทำมาแล้วร้อยวัน หลายเคสก็ประสบความสำเร็จ บางเคสต้องเฝ้าระวัง ทั้งนี้ยอมรับว่ามีความเสี่ยงและต้องแข่งขันกับเพื่อนบ้าน รัฐบาลมุ่งมั่นนำบริษัทข้ามชาติที่ยกระดับชีวิตคนไทยต่อเนื่อง ได้เจรจาให้เข้ามาสร้างทักษะพิเศษที่คนในประเทศขาด เพื่อให้คนในประเทศพัฒนาทำงานในอุตสาหกรรมใหม่
นายเศรษฐา กล่าวด้วยว่า ขณะที่ประเด็นเมียนมา จากการเจรจามีข้อเสนอให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลกลุ่มผู้เปราะบาง โดยประเทศไทยเป็นผู้นำเจรจา ขณะที่พื้นที่ทับซ้อนกับกัมพูชาซึ่งเป็นขุมทรัพย์นั้น รัฐบาลได้เตรียมเจรจากับ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่จะเดินทางมาประเทศไทย ในวันที่ 7 ก.พ. เพื่อให้ประชาชน 2 ประเทศมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น