“ก้าวไกล” อัด รัฐบาล สอดไส้งบ ใช้หนี้จำนำข้าว สมัย “ยิ่งลักษณ์” ฟาก “จุลพันธ์” เหน็บเจ็บ นึกว่า กปปส. ย้ำ เกษตรกรได้ประโยชน์
เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 3 ม.ค. 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท
โดยนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายตอนหนึ่งว่า รัฐบาลจัดสรรงบประมาณที่ไม่ตรงปก เช่น จากธนาคาร ธ.ก.ส. ที่บอกว่าเป็นแผนงานยุทธศาสตร์การเกษตรสร้างมูลค่า ซึ่งอยู่ในยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ฟังแล้วน่าปลาบปลื้ม
แต่เมื่อมาดูกลับเป็นงบสอดไส้การชดเชยเงินต้นและดอกเบี้ยกว่า 48,000 ล้านบาทให้กับโครงการในอดีตตั้งแต่ปี 2552 และโครงการเพิ่มรายได้เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย แต่เป็นการใช้หนี้เดิม 13,260 ล้านบาท ซึ่งตนสงสัยว่าจะเป็นมูลค่าในอดีต
“ท่านประธานจำโครงการหนึ่งในปี 2554 ได้หรือไม่ คือโครงการจำนำข้าวสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ก่อภาระหนี้ผูกพันจนถึงวันนี้ก็ยังใช้ไม่หมด งบประมาณปี 67 ต้องจัดสรรมาใช้หนี้โครงการจำนำข้าวที่เกิดเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ซึ่งการจัดสรรงบแบบนี้ที่เอาอดีตมาเบียดบัง สอดไส้ ทำให้งบที่พัฒนาเกษตรจึงต้องลดน้อยลง” นายชัยวัฒน์ กล่าว
จากนั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ลุกขึ้นชี้แจงว่า นายชัยวัฒน์อภิปรายถึงโครงการจำนำข้าว ตนก็ตกใจว่า อยู่พรรคก้าวไกล หรือกปปส.กันแน่ อย่างไรก็ตาม ตัวนโยบายต้องย้อนไปในอดีตว่า ในวันนั้นเกิดประโยชน์กับเกษตรกรมากน้อยแค่ไหน อย่างน้อยเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ทำให้มีความเข้มแข็ง ยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเองอีกครั้ง ดังนั้น เป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์
ทำให้นายชัยวัฒน์ใช้สิทธิพาดพิงว่า ตนเพียงพูดถึงข้อเท็จจริงว่าหนี้ที่รัฐบาลต้องใช้จากโครงการจำนำข้าวในอดีต ที่ปัจจุบันยังเหลือหนี้คงค้างจำนวนมาก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ กปปส. หรือใคร อย่างที่นายจุลพันธ์ระบุ