จุลพันธ์ โต้ ศิริกัญญา ถ้ารัฐบาลโกงสูตรจีดีพี เอกสารทุกหน้าต้องเป็น 5.4% ชี้ แค่วาทกรรม ย้ำ บางส่วนเป็นงบผูกพัน ปรับแก้ไม่ได้ ขอให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์
เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2567 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘กรรมกรข่าวคุยนอกจอ’ ทางช่อง สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว กรณีที่มีการอภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ประเด็นรัฐบาลโกงสูตร GDP เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัว
โดย น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า รัฐบาลพูดบ่อยมากว่า จีดีพี (GDP) จะโตเฉลี่ย 5% 4 ปี ซึ่งตนเจอตัวเลขจากเอกสารของสำนักงบประมาณว่า ทำตัวเลขได้แล้ว จีดีพี โต 5% แน่นอน แต่เป็นจีดีพีที่รวมเอาผลของเงินเฟ้อเข้ามาด้วย 2% ซึ่งไม่มีประเทศไหนเขาทำกัน
เอกสารจากสำนักงบฯ ระบุว่า ปีนี้จีดีพีโต 5.4% ตนจึงสงสัยว่า 5.4% มาจากไหน เพราะตัวเลขอย่างเป็นทางการประมาณการไว้ 3.2% และตนเห็นเงินเฟ้อ 2.2 % เอามารวมกันได้ 5.4% แบบนี้เรียกว่า Nominal GDP ที่ไม่ได้หักผลของเงินเฟ้อ
ด้าน นายจุลพันธ์ ชี้แจงเรื่องการกล่าวหาโกงสูตรจีดีพีว่า ตนมองว่าเป็นลักษณะวาทกรรม เชื่อว่าน.ส.ศิริกัญญา ทราบว่าเรื่องนี้ไม่มีประเด็นอะไร เป็นการนำเสนอตัวเลขคนละจุด ซึ่งจุดอื่นๆ ของงบประมาณก็แสดงตัวเลขที่เป็น Real GDP มีเพียงหน้านั้นหน้าเดียวที่โชว์เป็น Nominal GDP
สาเหตุที่ต้องรวมผลกระทบเงินเฟ้อ เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณการจัดเก็บรายได้ ซึ่งเป็นตัวเลข Nominal เช่นเดียวกัน ถ้าจะโกงตัวเลข ทุกหน้าก็ต้องเปลี่ยนเป็น 5.4%
“หน้าอื่นโชว์เป็น Real GDP ตามปกติ ส่วนหน้านี้พยายามจะสื่อว่า ประมาณการการจัดเก็บรายได้เป็นเท่าไหร่ ซึ่งเป็นตัวเลข Nominal จึงจำเป็นต้องเอาตัวเลขระนาบเดียวกันมานำเสนอ เชื่อว่าตัวเลขนี้ฝ่ายค้านก็ไม่ได้โฟกัสในประเด็นนี้ เพราะทราบดีว่าเป็นเพียงตัวเลขหนึ่งที่นำเสนอในเอกสารงบประมาณเท่านั้น” นายจุลพันธ์ กล่าว
ส่วนกรณีงบกลาโหม ที่ฝ่ายค้านบอกว่าถ้าเศรษฐกิจวิกฤตจะลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้น 2% นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วงบประมาณไม่มีกติกากำหนดว่าวิกฤตหรือไม่วิกฤต ใครจะต้องปรับลดปรับเพิ่มเท่าไหร่ ซึ่งกลไกบางครั้งเกิดจากงบประมาณแผ่นดินผ่านไปแล้ว มีการอนุมัติโดยสภาฯ หรือวุฒิสภา ประกาศเป็นกฎหมาย
เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นเฉพาะหน้า หลายรัฐบาล แม้แต่สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็มีการประกาศให้ส่วนงานลดทอนงบประมาณของตนลง เพราะดูแล้วการจัดเก็บรายได้อาจไม่เข้าเป้า ก็มีการฟอร์มสัดส่วนลง
ซึ่งไม่ใช่ลดเฉพาะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่ทุกส่วนงานจะลดทอนส่วนของตัวเองตามความเหมาะสม เพื่อประคับประคองสภาวะเศรษฐกิจ และงบประมาณแผ่นดินในปีนั้นๆ ไม่ได้มีเป้าไปที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในการอภิปรายงบประมาณปี 67 นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ก็ได้ชี้แจงต่อไป
ส่วนกรณีฝ่ายค้านมองว่า รับมรดกรัฐบาลประยุทธ์ดาวน์ รัฐบาลเพื่อไทยผ่อน ไม่ได้จัดงบตามนโยบายที่ได้สัญญาไว้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า งบประมาณส่วนหนึ่งเป็นเช่นนั้นจริง และเป็นไปตามข้อผูกพันทางกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ เช่น งบที่ผูกพันจากปีก่อน เราจึงต้องมาปิดจ๊อบ
จะบอกว่างบเงินเดือนข้าราชการเป็นงบมรดกตกทอด มันก็ใช่ ซึ่งรัฐบาลปรับเปลี่ยนงบก้อนนี้ไม่ได้ เพราะเป็นเงินเดือนของพี่น้องข้าราชการ แต่งบอีกส่วนหนึ่ง ภายในระยะเวลา 3 เดือน ถูกปรับเปลี่ยนแก้ไขเพื่อให้ล้อกับนโยบายชุดปัจจุบัน ฉะนั้น มี 2 ส่วน คือส่วนที่ปรับแก้แล้ว และส่วนที่ไม่สามารถปรับแก้ได้ ยืนยันทำดีที่สุดแล้วกับงบประมาณฉบับนี้ และปีหน้าจะทำให้ดีกว่านี้
“เชื่อว่าในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา เห็นความแตกต่างของการทำงาน ระหว่างรัฐบาลชุดปัจจุบันกับราว 10 ปีก่อนหน้า มีความเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งนี้ ให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ 2-3 ปีก็เห็นแล้วว่า สิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการ ทั้งเรื่องงบประมาณ และเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงบประมาณ เป็นนโยบายที่ขับเคลื่อนประเทศ จะออกดอกออกผลให้กับประชาชนมากน้อยเพียงใด” นายจุลพันธ์ กล่าว