“สส.ก้าวไกล” จี้ “บิ๊กทิน” แจงให้ชัด งบกลาโหม สวนทางนโยบายลดกำลังพล ซ่อนรูปงบให้ทหารเกณฑ์ สูงถึง 1.4 หมื่นล้าน เหน็บ “รมว.กลาโหม” อย่าเป็นแค่ตรายางให้กองทัพ
เมื่อเวลา 12.25 น. วันที่ 4 ม.ค. 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท วันที่สอง
โดยนายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหม ว่า ในช่วงแรกที่ตนทราบว่านายสุทิน คลังแสง มาคุมทหาร ตนดีใจมาก เพราะเป็นพลเรือนคนแรกในประวัติศาสตร์ที่มาคุมทหาร ไม่ใช่นายกฯ ที่มานั่งควบกระทรวงกลาโหม แบบนายกฯ ที่ผ่านมา
ตนฝากความหวังว่า นายสุทินจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง ขับเคลื่อนกองทัพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และคาดหวังว่านายสุทินจะเข้าใจมุมมองที่ประชาชนมีต่อกองทัพได้ แต่จะทำได้จริงหรือไม่ ตนเริ่มลังเล
เพราะนโยบายปฏิรูปกองทัพของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่เคยให้สัญญาไว้กับนโยบายที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงต่อรัฐสภา ภาพรวมก็เหมือนจะมองเห็นปัญหาของกองทัพไม่ต่างไปจากพวกตนมอง แต่ในร่างพ.ร.บ.งบฯ 67 ของกระทรวงกลาโหม ตนขอตั้งคำถามว่าคนไทยจะฝันเห็นกลาโหมรูปใหม่ กองทัพโฉมใหม่ที่ดูดีทันสมัยได้หรือไม่
นายเอกราช กล่าวต่อว่า ภาพรวมกลาโหมขอรับการจัดสรรงบฯ เกือบ 1.98 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8 พันล้านบาท และรายจ่ายบุคลากรภาครัฐเพิ่มขึ้นทุกปี ไหนรัฐบาลบอกมีนโยบายลดกำลังพล แต่งบปี 67 เพิ่มขึ้น 1,725 ล้านบาท นี่คือภาพสะท้อนว่ากลาโหมกำลังขยายขนาดหรือไม่ สวนทางกับแผนลดกำลังพล
ดังนั้น นายสุทิน ต้องอธิบายว่าเพราะเหตุใดจึงจัดสรรงบไม่สมเหตุสมผล และย้อนแย้งกับนโยบายที่นายกฯ แถลงไว้ว่าจะลดกำลังพล และเมื่อดูอย่างละเอียด พบว่างบประมาณบุคลากรยังซ่อนรูปอยู่ในงบรายจ่ายอื่นที่ใช้กับทหารกองประจำการ ทั้งค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าใช้จ่ายในการเรื่องเกณฑ์และปลดปล่อยกำลังพล
และเมื่อรวมค่าตอบแทนทหารกองประจำการ ยอดงบประมาณสูงถึง 1.4 หมื่นล้านบาท แต่ทหารกองประจำการก็ส่งเสียงมาว่า จะจัดซื้อเสื้อผ้าและอาหารเลี้ยงพวกเขา ก็เกรงใจหน่อย ซื้อของที่ดีมีคุณภาพหน่อย ไม่ใช่เอาของจับฉ่ายมาให้
นายเอกราช กล่าวว่า ทหารที่สมัครใจเข้ามา เขาอยากจะเป็นทหารที่ไปยึดสมรภูมิ แต่ตอนนี้เขาถูกยึดบัตรเอทีเอ็ม ซึ่งมีการสอบสวนของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร ที่ค่ายนครพนม ซึ่งทหารมาร้องเรียนว่า มีนายพล นายพัน เก็บบัตรเอทีเอ็มของทหารเกณฑ์ไว้
เขาต้องยอมให้เก็บบัตรไป เพราะไม่อยากมาเฝ้าแต่หญ้าฆ่าแต่มดในค่าย แถมตั้งรหัสบัตรเอทีเอ็ม 1111 เหมือนกันหมด นายสุทินทราบเรื่องหรือไม่ ดังนั้น ท่านต้องเข้มงวดให้ความสำคัญ หากเป็นแบบนี้ใครจะอยากมาเป็นทหารแบบสมัครใจ
นายเอกราช กล่าวว่า ข้อสังเกตในเล่มงบฯ ส่วนของบุคลากรกองทัพ ควรเปลี่ยนเคพีไอ แล้วชี้ให้ชัดว่าจำนวนทหารกองประจำการต้องการจำนวนเท่าไหร่กันแน่ มีคนสมัครจริงเท่าไหร่ และต้องบังคับเกณฑ์อีกเท่าไหร่ หากนายสุทินไม่ตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัด แล้วจะวัดผลการทำงานได้อย่างไร
“4 ปีข้างหน้าที่เป็นรัฐบาล เยาวชนที่เขารออยู่ จะได้ยกเลิกบังคับการเกณฑ์ทหารตอนกี่โมง นายสุทินต้องไม่ปล่อยให้กองทัพจัดการกันเอง อย่าให้รัฐมนตรีเป็นแค่ตรายาง อย่างทหารเกณฑ์ในช่วงโควิดที่ผ่านมา กองทัพสามารถลดทหารกองประจำการ ลดงบลงไปได้ แต่ช่วงนี้ทหารเกณฑ์ยังคงใช้อัตราใกล้เคียงแบบเดิม ลดลงเล็กน้อย สรุปยังเป็นนโยบายเรือธงหรือไม่” นายเอกราช กล่าว
นายเอกราช กล่าวว่า ขอให้นายสุทินตอบด้วยว่าเราต้องมีทหารกองประจำการเท่าไหร่ ทหารมืออาชีพเท่าไหร่ และนายพลจำนวนเท่าไหร่กันแน่ นายสุทินยังจะดำเนินนโยบายลดจำนวนนายพลอยู่หรือไม่ หรือท่านจะไปร้องเพลงอย่างเดียว
นายเอกราช กล่าวด้วยว่า ในส่วนงบลับของกลาโหม ตนสงสัยว่าทำไมต้องเท่ากันทุกปี อัตราการเบิกจ่ายรวดเร็ว ครบถ้วน 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่รู้ว่าจะพิจารณาความคุ้มค่ากันแบบไหน ถ้าจะปรารถนาจะปฏิรูปกองทัพด้วยงบลับ เพื่อสานสัมพันธ์กับทหาร เกือบ 500 ล้านบาท ที่มีบรรทัดเดียวอิ่มกันถ้วนหน้าหรือไม่