อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย หนุนรัฐบาล จัดงบทำซอฟต์พาวเวอร์ หวังอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ไปไกลเหมือนประเทศอื่น
เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 4 ม.ค.67 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท วันที่สอง
โดยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า ขออภิปรายสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2567 ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะเราเป็นรัฐบาลจึงต้องสนับสนุน แต่เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรทำ ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาคำว่าซอฟต์พาวเวอร์ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย และบางครั้งอาจเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สำหรับงบประมาณรายจ่ายมีค่าใช้จ่ายที่คงที่หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนข้าราชการ และงบประมาณผูกพันโครงการต่างๆ ซึ่งจะลดลงกว่านี้ไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดสามารถทำให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้นได้ และสามารถสร้างรายได้ให้มากขึ้น
นายอัครนันท์ กล่าวต่อว่า ตนเห็นว่า 1 ในการใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพคือนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งคำว่าซอฟต์พาวเวอร์อาจจะเป็นคำใหม่สำหรับใครบางคน หรือบางคนอาจไม่สนใจกับคำๆ นี้ และมีการกล่าวในหลายครั้งว่าเป็นงบที่ใช้เพียงแค่จัดอีเวนต์ เหมือนเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ตนไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหานี้ เพราะงบประมาณที่จะมาขับเคลื่อนโครงการนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ OFOS งบที่ใช้เพื่อรีสกิล-อัปสกิล และ 2.THACCA งบที่ใช้พัฒนาอุตสาหกรรมทั้ง 11 สาขา หากตอนนี้เราเปิดเน็กฟิกซ์จะเห็นว่าท็อปเท็นส่วนใหญ่เป็นซีรีส์เกาหลี ส่วนเพลงและดนตรีเกาหลี เช่น วงแบล็กพิงค์ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารไทม์ (Time) เป็น 1 ใน 100 เป็นผู้ทรงอิทธิพลของโลกในปี 2019 ทั้งที่เขาใช้ภาษาเกาหลีซึ่งไม่ใช่ภาษาหลักของโลก
นายอัครนันท์ กล่าวด้วยว่า เกาหลีใต้ใช้เวลา 24 ปีในการสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ผ่านกระทรวงวัฒนธรรม โดยใช้งบประมาณครั้งแรก 2 หมื่นล้านบาท ก่อนจะมีการขยายการสนับสนุนไปยังวงการเคป็อป ไอดอล แล้วประเทศไทยของเราอยู่ตรงไหน ทุกวันนี้ขนาดเอกชนต่อสู้กันลำพังมูลค่าตลาดของภาพยนตร์ยังสูงถึง 3 หมื่นกว่าล้านบาท ส่วนซีรีส์ ละคร โฆษณายังสูงถึงสองแสนล้านบาทท่ามกลางการแข่งขันที่สูง เพราะเรายังต้องแข่งขันกับอีกหลายประเทศในเอเชีย หากเรามีรัฐบาลที่ยื่นมือไปช่วยเหลือพวกเขาจะไปได้ไกลแค่ไหน
นายอัครนันท์ กล่าวอีกว่า ตนคิดว่างบประมาณที่สนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำในทุกวันนี้ ทั้งนี้ การสร้างซีรีส์ดีๆ 1 เรื่องต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล เพราะมีกระบวนการมากมายในการผลิตงาน บางครั้งผู้ประกอบการและผู้ผลิตก็ไม่มีทุนมากในการสร้างผลงานดีๆ ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่อุตสาหกรรมนี้ไม่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับโลกได้เหมือนประเทศอื่นๆ ด้วยข้อจำกัดเช่นนี้ ตนจึงเชื่อว่าถึงเวลาสำคัญที่รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะต้องสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้