“นิติพล” แนะ เพิ่มงบ ‘พิทักษ์ป่า’ ชำแหละ ‘กรมโลกร้อน’ ตั้งใหม่ แต่วางตัวชี้วัดต่ำจนไร้ประโยชน์ ลั่น ก้าวไกล สัญญาจะตรวจสอบงบทุกบาททุกสตางค์
เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2567 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เกี่ยวกับประเด็นสิ่งแวดล้อม ว่า ทั่วโลกทราบดีว่าประเด็นความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศหรือโลกร้อนเป็นเรื่องสำคัญ แต่รัฐบาลไหนจริงจังในเรื่องนี้จริง
ตัวชี้วัดหนึ่งคืองบประมาณ แต่แผนงานในร่างงบประมาณฉบับนี้ แทบไม่ต่างจากสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ เลย เช่น ให้งบกรมอุตุนิยมวิทยาไปซื้อเครื่องมือวัดลมเฉือนติดให้สนามบิน และอุปกรณ์ทางการบินเป็นพันล้าน อีกส่วนคือ งบอบรมสร้างเครือข่าย หรือสร้างแพลตฟอร์มเก็บข้อมูล ซึ่งไม่รู้ว่าจะไปลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้อย่างไร
เรื่องที่น่าประทับใจในปีนี้ คือ ในที่สุดประเทศไทยก็มีหน่วยงานระดับกรมที่ดูแลเรื่องโลกร้อนโดยเฉพาะ ชื่อว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ขอเรียกง่ายๆ ว่า “กรมโลกร้อน” โดยเปลี่ยนชื่อมาจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่สมัยรัฐบาลประยุทธ์ แต่เริ่มตั้งงบประมาณปีแรกในรัฐบาลเศรษฐา
ซึ่งเมื่อไปดูตัวชี้วัด กรมตั้งเป้าไว้ว่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก กรณีปกติ 4% หากเราดูสถิติในปีก่อนหน้านี้ ไทยลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงจากกรณีปกติ ได้ปีละ 15% อยู่แล้ว ด้วยวิธีแบบเดิมๆ ดังนั้น การตั้งเป้าลดลง 4% ต่อให้ท่านไม่ทำอะไรเลยก็ได้ผลงานแล้ว
เมื่อเป็นแบบนี้ งบมันเลยไปโผล่ที่งบอบรมสัมมนาสูงถึง 170 ล้านบาท และเอาไปทำโครงการแบบกรมเดิม เหมือนก๊อปวางมา ที่ทำแบบนี้ได้ก็เพราะตัวชี้วัดต่ำมากจนแทบไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ไม่ต้องทำอะไรเลย
นายนิติพล กล่าวต่อว่า ในส่วนงบพิทักษ์ป่า ทั้งที่เป็นผู้เสี่ยงภัยอยู่หน้างาน อันตรายต่อชีวิตทุกนาที ต้องดูแลเขาให้ดี จึงอยากเสนอให้เพิ่มเงินและสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ไม่ใช่เสี่ยงแล้วยังต้องลุ้นว่าจะได้รับการต่อสัญญาหรือไม่ และทุกวันนี้เขาได้เงินเดือนแค่ 9,000-10,000 ต้นๆ เท่านั้น
ที่สำคัญพอคณะกรรมาธิการงบฯ ขอตัดงบประมาณของกรมป่าไม้ แทนที่จะไปตัดงบประมาณปลูกป่า เพาะกล้าไม้ ซึ่งใช้กันปีละเป็นพันล้านบาท แต่ไม่สัมฤทธิ์ผล เช่น เอาไปปลูกต้นสีเสียดแก่น ซึ่งเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่าเพราะมีหนามเต็มไปหมด สัตว์กินก็ไม่ได้และช้างป่ากลับเข้าป่าก็ไม่ได้ ดังกรณีที่เกิดขึ้นกับช้างป่าตะวันออก
แต่พอให้ตัดงบกลับไปตัดของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เหมือนในปี 2565 แล้วไปโยนบาปให้กรรมาธิการและสภาฯ ว่ารังแกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ไม่เห็นใจคนทำงาน ทั้งที่จริงๆ แล้ว กรมฯ คือผู้เลือกตัดเงินเขาเอง และเมื่อของบประมาณซื้อรถยนต์ก็ต้องให้เงินเติมน้ำมันด้วย ปีนี้ทำงบมาแบบงงมาก ซื้อรถให้ แต่ไม่มีเงินค่าน้ำมันให้ แล้วเขาจะเอารถไปใช้งานได้อย่างไร
“การทำงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องสำคัญ ท่านบอกวิกฤตโลกร้อน แต่ทำไมทำงบแบบนี้ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ทำโครงการมา แต่ไม่มีแผนให้สามารถแก้ปัญหาได้จริง ขอให้รัฐบาลตั้งใจทำงบมาใหม่ เพราะถ้ายังจัดงบแบบนี้เจอกันในการอภิปรายไม้ไว้วางใจแน่ และผมสัญญากับพี่น้องประชาชนว่า พรรคก้าวไกลทุกคนจะตรวจสอบงบประมาณทุกบาทในชั้นกรรมาธิการอย่างเข้มงวดแน่นอน” นายนิติพล กล่าว