สภาฯ ถกงบ 67 ต่อวันที่สาม คาดลงมติวาระแรกได้ 3 ทุ่ม “สส.ภูมิใจไทย” ชง โยนงบให้ตำรวจ เป็นเจ้าภาพหลัก ปราบปรามยาเสพติดเต็มตัว
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ม.ค. 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม โดยบรรยากาศในห้องประชุมเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียง สส.ที่ได้คิวอภิปรายในช่วงเช้า เข้ามาภายในห้องประชุมเพื่ออภิปรายตามลำดับเท่านั้น
สำหรับเวลาที่สภาฯ ใช้อภิปราย ร่างพ.ร.บ.งบฯ ใน 2 วันแรกนั้น ใช้เวลารวมทั้งสิ้น 30 ชั่วโมง 24 นาที แบ่งเป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้เวลาไป 5 ชั่วโมง 11 นาที, สส.ฝ่ายรัฐบาล ใช้เวลารวม 10 ชั่วโมง 45 นาที และคงเหลือเวลาที่อภิปรายได้ 4 ชั่วโมง 3 นาที
ขณะที่ฝ่ายค้าน ใช้เวลารวม 13 ชั่วโมง 46 นาที คงเหลือเวลาที่อภิปราย 6 ชั่วโมง 13 นาที ขณะที่เวลาของประธานในที่ประชุมใช้ไป 41 นาที คงเหลือเวลา 2 ชั่วโมง 18 นาที
ทำให้การอภิปรายในวันสุดท้ายก่อนจะลงมติรับหรือไม่รับหลักการร่างพ.ร.บ.งบฯ เหลือ 12 ชั่วโมง 35 นาที ทั้งนี้ คาดว่าจะยุติการอภิปรายได้ก่อนเวลา 21.00 น. จากนั้นจะเป็นการลงมติและตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อพิจารณาในวาระถัดไป
จากนั้น นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายถึงวิกฤตยาเสพติดและความอ่อนแอของประชาชน ถ้าเราอยู่ในชนบทเราจะเห็นเด็กหนีเรียนเสพยา ซึ่งเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก เรื่องนี้รัฐต้องกลับมามอง วันนี้เด็กชั้นประถมศึกษาติดยาเสพติด เพราะหาได้ง่ายและการลงโทษน้อย
ตนมองว่างบมีความกระจัดกระจายไม่มีการบูรณาการกันจริงๆ ซึ่งแผนงบบูรณาการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 4,357 ล้านบาท กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ 10 ล้านบาท กระทรวงแรงงานได้ 20 ล้านบาท ถามว่าเอาไปทำไมเงินเท่านี้ แล้วจะไปบูรณาการกับใครได้
ฉะนั้น สิ่งที่ตนเสนอ คือ วันนี้ถ้าเราไม่มีเจ้าภาพหลักที่จะแบ่งหน้าที่งานยาเสพติดอย่างชัดเจนก็อย่าหวังว่าจะแก้ปัญหานี้ได้ และตำรวจที่ดูแลเรื่องนี้งบก็น้อย และขวัญกำลังใจก็น้อย ดังนั้น แม้งบจะน้อยแต่ถ้าขวัญกำลังใจมีก็ถือว่างานสำเร็จไประดับหนึ่งแล้ว ดังนั้น ตนเสนองานด้านการปราบปรามยาเสพติดขอให้มีเจ้าภาพหลัก คือ ยกงานป้องกันปราบปรามนี้ให้เป็นของตำรวจไปเลยแล้วก็จัดงบให้
ส่วนการนำเข้าทางชายแดนให้เป็นงานของทหาร งานสร้างสุขให้ชุมชนเข้มแข็งให้กระทรวงมหาดไทย ส่วนงานบำบัดให้ทางหน่วยทหารดูแล เพราะเชื่อว่าทหารมีทุกหน่วยในจังหวัดก็ให้ผู้ที่ติดยาเสพติดนั้นไปเข้าค่ายใช้ชีวิตในนั้น และงานรักษาค่อยให้ทางโรงพยาบาลดูแลต่อไป