“สรวงศ์” แจง ไม่ได้ตั้งงบมาเพื่อซอฟต์พาวเวอร์โดยเฉพาะ แต่กระจายอยู่ทุกกระทรวง มั่นใจพรรคร่วมเสียงไม่แตก ย้ำ ได้ใช้ดิจิทัลวอลเล็ตแน่
เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2567 นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงภาพรวมในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ว่า มีการเอาข้อมูลของแต่ละฝ่ายมาคุยกัน แต่ตอนนี้ตัวเลขของแต่ละท่านยังไม่ตรงกัน และไม่ใช่ข้อเท็จจริงสักเท่าไหร่
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่างบประมาณทุกโครงการของพรรคเพื่อไทยถูกบรรจุไว้ในร่างงบประมาณแล้ว เพียงแต่อาจจะอยู่ข้างใน เช่น งบประมาณของซอฟต์พาวเวอร์กระจายอยู่ทุกกระทรวง ไม่ได้ตั้งงบมาเพื่อซอฟต์พาวเวอร์โดยเฉพาะ
เมื่อถามว่าจะมีการกำชับเสียงรัฐบาล 315 เสียง ในการโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ในฝั่งรัฐบาลไม่น่ามี ทั้งนี้ ตนมองว่าในส่วนของฝ่ายค้าน การพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณ วาระนี้เป็นวาระแรก เราน่าจะให้ความร่วมมือกัน เพราะงบประมาณที่จะผ่านสภาไปเป็นผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสิ้น
เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจว่าพรรครวมฝ่ายรัฐบาลจะไม่มีเสียงแตกใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่น่ามี เมื่อถามว่าจำนวนเสียงโหวตในวันนี้เป็นการสะท้อนเสถียรภาพเอกภาพของรัฐบาลได้เลยใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น เราผนึกกันแน่น สังเกตได้จากการอภิปรายของแต่ละคนที่ไม่มีการปกป้อง หรือพูดถึงกระทรวงที่ตัวเองดูแล แต่เป็นการอภิปรายในภาพรวมและแตะทุกกระทรวง
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านยังคงอภิปรายเรื่องของการตบทรัพย์อยู่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของตัวบุคคล ซึ่งนายกรัฐมนตรีเคยพูดแล้วว่า การทำงานของรัฐบาลชุดนี้ไม่มีอย่างแน่นอน เรื่องนี้เคยมีมาแล้วที่เป็นบทเรียน ซึ่งตนมั่นใจว่า สส.แต่ละคนมีวุฒิภาวะพอที่จะปฏิบัติตนอยู่ในกรอบ
เมื่อถามว่าประเมินบทบาทการอภิปรายของฝ่ายค้านในสภาเป็นอย่างไรบ้าง นายสรวงศ์ กล่าวว่า ก็ดี อย่าให้ตนต้องให้คะแนนเลย แต่ละคนทำการบ้านมาดี แม้ว่าจะได้เอกสารกระชั้นชิด มีเวลาตรวจสอบตัวเลขประมาณ 9 วันที่อยู่ในช่วงของปีใหม่พอดี
เมื่อถามว่าในการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ จะราบรื่นหรือไม่ และนายกฯ กำชับอะไรหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่มี นายกฯ ได้บอกให้พวกเรารับฟังและจดประเด็นในสิ่งที่ฝ่ายค้านเสนอแนะมา และพร้อมที่จะไปดูแลและปรับแก้ในชั้น กมธ. ทั้งนี้ ยังมีสส.บางคนเข้าใจว่า ในชั้นกมธ.สามารถปรับเพิ่มได้ แต่ที่จริงแล้วการทำงบประมาณในชั้นกมธ.ไม่สามารถปรับเพิ่มได้ มีแต่ปรับลด
เมื่อถามว่ามีการแบ่งสัดส่วนกมธ.งบประมาณอย่างไร นายสรวงศ์ กล่าวว่า น่าจะมีการเสนอตั้งกมธ.วิสามัญทั้งหมด 72 คน แบ่งเป็น ครม. 18 คน และ สส. 54 คนจากทุกพรรค พรรคเพื่อไทย 15 คน พรรคภูมิใจไทย 8 คน ส่วนพรรคคนอื่นก็ลดหลั่นกันไป โดยจะประชุมกมธ.นัดแรก วันที่ 8 ม.ค.
สำหรับกรอบการพิจารณาจะประมาณ 3 เดือน ถ้าดูตามปฏิทินของงบประมาณ จะเข้าสู่วาระ 2 วาระ 3 วันที่ 3-4 เม.ย. เมื่อเสร็จสิ้นก็จะส่งให้ สว. และส่งกลับให้ ครม. เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ในวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเราน่าจะได้ใช้งบปี 67 ปลายเดือนเม.ย. หรือต้นเดือน พ.ค. ซึ่งล่าช้าไปมาก
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านท้วงติงกรณีการกู้เงินมาทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต นายสรวงศ์ กล่าวว่า รอให้ รมว.คลัง เป็นคนชี้แจงรายละเอียดดิจิทัลวอลเล็ตดีกว่า พวกเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ถ้ารัฐบาลทำอะไรไม่ถูกต้องก็มีสิทธิที่จะทักท้วงได้
เมื่อถามว่าดูแล้วเหมือนจะเป็นการดิสเครดิตนายกฯ เพราะนายกฯ บอกว่าจะไม่กู้เงิน นายสรวงศ์ กล่าวว่า ถือเป็นสิ่งที่คนนอกมองเข้ามา เพราะเมื่อเราดูตัวเลขจริงๆ แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะไม่เป็นตามที่คนนอกมองก็ได้ ฉะนั้นให้ทางฝ่ายบริหารเป็นผู้ชี้แจงดีกว่า ถ้ามีการเสนอพ.ร.บ.กู้เงินเข้ามา เราในฐานะ สส. ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็มีสิทธิตรวจสอบทั้งนั้น
เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นผู้บริหารของพรรคเพื่อไทย มั่นใจว่าประชาชนจะได้ใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ตใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ได้ใช้แน่นอน ตนมั่นใจอย่างนั้น เพราะเราพูดกับประชาชนไว้ ที่สำคัญคือคนที่เป็น สส.เขต จะรู้ดีว่าประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดมีความเป็นอยู่อย่างไร ซึ่งเศรษฐกิจโลกค่อนข้างที่จะตกต่ำ ดังนั้น ถ้าเราไม่มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเราก็จะแย่แน่นอน
เมื่อถามว่าแม้ว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะชี้แนะไม่ควรเดินหน้าต่อ ก็จะเดินหน้าต่อใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า เราทำตามคำชี้แนะธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งอยากให้เข้าใจว่า การออกพ.ร.บ.กู้เงิน เพื่อเอามาเป็นแบ็กอัพ ไม่ใช่กู้เงินเอามาแจก
นายสรวงศ์ กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลมีโครงการนี้ เพื่อต้องการให้เศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ โดยการใช้ระบบดิจิทัล ความจริงมันคือเงินบาท เพียงแต่ถูกส่งให้ประชาชนใช้งานในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งตราบใดที่ไม่มีการเบิกเงินออกมา เงินจำนวนนี้ก็ยังคงอยู่