“อิ๊งค์” ดีใจ 30 บาทรักษาทุกที่ ต่อยอดนโยบาย “ทักษิณ” มั่นใจ ชีวิตประชาชนจะดีขึ้น “หมอชลน่าน” เผย ขยายอีก 8 จังหวัดในเดือน มี.ค. ครอบคลุมทุกจังหวัดใน 1 ปี

เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2567 ที่รพ.จตุรพักตรพิมาน อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ พร้อมด้วย แกนนำและสส.พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินนโยบาย “บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่”

ทั้งนี้ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมกับนโยบายนี้ จากการเยี่ยมชมความพร้อมในการให้บริการประชาชนก็ขอชื่นชมบุคลากรทุกท่าน ซึ่งทำให้มีกำลังใจมากๆ ว่า นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ จะสามารถอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนได้มากขึ้นอีก

จากนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ริเริ่มดำเนินการเมื่อ 22 ปีที่แล้ว โดยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ที่นำโดยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งพี่น้องประชาชนทุกคนเคยใช้และได้ประโยชน์ วันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะอัพเกรดให้ดีขึ้น และสะดวกกับพี่น้องประชาชนมากขึ้น

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้เห็นการพัฒนาและความก้าวหน้าของนโยบายนี้ ทำให้มั่นใจอย่างยิ่งว่าจะทำให้ชีวิตของประชาชนดีขึ้นจริงๆ ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันผลักดันนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคเมื่อ 22 ปีที่แล้ว ที่ทุกคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้เราพิสูจน์แล้วว่าเป็นไปได้ และทำให้ชีวิตของทุกท่านดีขึ้นมาตลอด 22 ปีนี้

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ต่อจากนี้รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้นโยบายที่ดี ยิ่งดีขึ้นไปอีก เพื่อทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้นไปอีก นอกจากนี้รัฐบาลยังมีนโยบายดีๆ ที่จะผลักดันให้พี่น้องประชาชน ทั้งซอฟต์พาวเวอร์ เพิ่มตำแหน่งงาน การแก้ปัญหายาเสพติดเด็ดขาด การยกระดับราคาสินค้าเกษตรและอื่นๆ อีกมากมาย

ด้าน นพ.ชลน่าน กล่าวว่า นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ เป็นนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ว่าจะต้องเริ่มต้นขับเคลื่อนภายใน 100 วันตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ซึ่งจะเป็นการวางภาพอนาคตระบบสาธารณสุขรูปแบบใหม่ เพื่อปิดช่องว่าง ลดความเหลื่อมล้ำ

เพิ่มการเข้าถึงบริการของประชาชนภายใต้เป้าประสงค์หลัก “ยกระดับ 30 บาท รักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน” ซึ่งรัฐบาลตั้งใจที่จะทำให้บัตรประชาชนเปรียบเสมือนบัตรสุขภาพของคนไทยทุกคน ที่จะสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลทั้งของรัฐ เอกชน คลินิกเอกชน ร้านยา ห้องแล็บ ห้องปฏิบัติการ รวมถึงร้านยาใกล้บ้าน

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ในระยะแรกจะนำร่องใน 4 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด เพชรบูรณ์ นราธิวาส และแพร่ ซึ่งวันนี้เปิดพร้อมกันทั้ง 4 จังหวัด ในระยะที่ 2 ต้นเดือนมี.ค.จะขยายในอีก 8 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สิงห์บุรี สระแก้ว หนองบัวลำภู นครราชสีมา อำนาจเจริญ พังงา และในระยะที่ 3 เมื่อเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลได้ครอบคลุมก็จะขยายให้ครบทุกจังหวัดภายใน 1 ปี

โดยตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาโรงพยาบาลในรูปแบบเดิมไปสู่ระบบการให้บริการแบบดิจิทัล เพื่อให้พี่น้องได้รับความสะดวก เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพในทุกหน่วยบริการให้เป็นระบบเดียว ให้บริการสุขภาพในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดในการยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

จากนั้น นพ.ชลน่าน น.ส.แพทองธาร และคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมความพร้อมของร้านขายยา คลินิกเวชกรรม คลินิกทันตกรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชนที่ได้เข้าร่วมโครงการไว้ เพื่อแสดงความพร้อมของการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งระบบอย่างแท้จริง

และในเวลา 17.00 น. จะร่วมพิธีเปิดงานนโยบาย “บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่” ณ ลานสาเกตนคร อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานเปิดโครงการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน