ก้าวไกล ไม่คิดยื่นศาลรธน. ตีความร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน ชี้ น่าเสียดายคำตอบกฤฎีกา ไม่ชัดเจน ถามวิกฤตเกิดขึ้นตอนไหน เตือนนายกฯ อย่าแทรกแซง ธปท.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ม.ค.2567 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าของรัฐบาล ในการผลักดันร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท หลังคณะกรรมการกฤษฎีกาทำความเห็นกลับมายังรัฐบาลว่า เป็นเรื่องสำคัญที่จะเป็นจุดพลิกผันของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งจะได้พูดคุยกันใน กมธ.งบประมาณ

วันนี้จะมีสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สำนักงบประมาณ, กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาร่วมชี้แจงต่อกมธ.

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า วันนี้จะได้รู้กันว่า วิกฤตเศรษฐกิจหน้าตาควรต้องเป็นแบบใด สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ตามที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้กล่าวไว้ เพราะตนมองว่าหากหน่วยงานต่างๆ ยังชี้แจงไม่ตรงกัน สุดท้ายแล้วโอกาสที่จะออกร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ก็จะริบหรี่ลงไปเรื่อยๆ

ส่วนคำนิยามของวิกฤตเศรษฐกิจ ควรจะมีตัวชี้วัดว่าเป็นอย่างไร เพื่อให้เป็นที่ยอมรับตรงกัน และควรต้องอิงกับหลักสากล ตามหน้าตาของวิกฤตเศรษฐกิจที่ทั่วโลกนิยามใช้ตัวชี้วัดอะไรบ้าง และของไทยเป็นไปตามตัวชี้วัดเหล่านั้นหรือไม่ เพื่อจะได้ข้อสรุปที่เป็นจริงและเป็นวิทยาศาสตร์ว่าเป็นวิกฤตจริงหรือไม่

ทั้งนี้ หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะคณะกรรมการนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ควรต้องพูดคุยให้ตกผลึกว่าจะใช้ตัวชี้วัดใด เพื่อจะชี้แจงกับประชาชนว่าประเทศกำลังวิกฤต

“แต่ดิฉันคิดว่าคงไม่ได้เป็นไปตามนิยามที่เป็นสากลตามปกติสักเท่าไหร่ กรณีของประเทศไทย เราคงต้องดูว่ารัฐบาลจะใช้วิธีการใดที่คิดค้นขึ้นมาว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในวิกฤต” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เมื่อถามถึงการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพ.ร.บ.กู้เงินดังกล่าว น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่าพรรคก้าวไกล ไม่มีความคิดจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพ.ร.บ.กู้เงินดังกล่าว เพราะหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลให้เป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง จะพิจารณาได้ว่าควรทำหรือไม่ควรทำอยู่แล้ว

“น่าเสียดายที่กฤษฎีกาไม่ได้ตีความตรงๆ ว่าสรุปแล้วทำได้หรือไม่ ควรทำหรือไม่ แต่กลับบอกแค่ว่า ถ้าถูกกฎหมายก็ทำได้ ถ้าไม่ถูกกฎหมายก็ทำไม่ได้ ก็เสียโอกาสที่อุตส่าห์รอคอยมา 1 เดือน แต่คำตอบกลับไม่ชี้ชัดฟันธง” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เมื่อถามว่ามองอย่างไรกรณีรัฐบาลอ้างว่าประเทศกำลังอยู่ในวิกฤต แต่กลับออกเป็นพ.ร.บ.แทนที่จะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ในทางกฎหมายสามารถทำได้ทั้งทางพ.ร.บ.และพ.ร.ก. แต่เมื่อคำนึงว่า ปัญหาที่เป็นวิกฤต ควรต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน รัฐบาลกลับเลือกทางที่ไม่ได้เร่งด่วนขนาดนั้น คือพ.ร.บ.ที่เว้นระยะเวลาและยังต้องรอผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

ถ้าเป็นวิกฤตเร่งด่วนจริง อาจจะไม่ทันการณ์ก็ได้ หากเกิดข้อติดขัดเช่น หากวุฒิสภาไม่เห็นด้วยแล้วตีกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรกรอบเวลาในการแก้ปัญหาที่วางไว้ก็อาจเป็นไปไม่ได้ มองว่ามีความย้อนแย้งกันอยู่ แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การนิยามว่าเป็นวิกฤตหรือไม่แล้ว เพราะนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต เปิดตัวตั้งแต่เดือนเม.ย.2566 และเรายังรอกันมา 1 ปี จึงไม่รู้ว่าวิกฤตนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนไหนกันแน่

เมื่อถามถึงนายกฯ เชิญผู้ว่าการธปท. เข้ามาพูดคุยที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ต้องยืนยันในหลักการของความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ที่ทุกประเทศต้องเดินตามหลักการนี้ เพราะไม่ได้กระทบแค่นโยบายทางการเงิน แต่รวมถึงเครดิตเรตติ้ง

ทั้งนี้ มีผลการศึกษาชี้ว่า ถ้ามีการแทรกแซงจากฝ่ายบริหารไปที่ธนาคารกลาง ก็มีโอกาสที่เครดิตเรตติ้งจะปรับลด เพราะจะคาดการณ์ว่ามีการแทรกแซงเพื่อให้ลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นวิวาทะที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก จึงต้องขอให้นายกฯ ทำเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวัง เพราะตามปกติจะไม่มีการแทรกแซงระหว่างฝ่ายบริหารและธนาคารกลาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน