นายกฯ หนุนสร้างรถไฟฟ้าเชียงใหม่ ยกระดับคมนาคม-ท่องเที่ยว ลั่นรัฐบาลนี้มาแค่ 4 เดือน เห็นการทำงานทีมไทยแลนด์ชัดเจน ย้ำทุกหน่วยงานอย่าห่วงเรื่องงบฯ ขอทำงานเต็มที่

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 11 ม.ค.2567 ที่ห้องประชุมกองบิน 41 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการต่างๆ ที่เชื่อมโยงระบบขนส่งและเดินทางในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมด้วย

นายกฯ กล่าวในที่ประชุมว่า ตนและรัฐมนตรีมีความห่วงใยกับสถานการณ์หมอกควันและไฟป่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อพี่น้องภาคเหนือหลายจังหวัด ขอเน้นให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือ บริหารจัดการแก้ไขปัญหาหมอกไฟป่า ต้องมีแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อความยั่งยืน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนแม่นยำ เพื่อให้การแก้ไขรวดเร็ว การดูแลประชาชนโดยเฉพาะปัญหาสุขภาพ ต้องดูแลครอบคลุมทุกมิติ

นายกฯ กล่าวว่า ข้อเสนอการทำรถไฟฟ้าเชื่อมต่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวและการลดการใช้รถยนต์ เพื่ออากาศสะอาด ลดความแออัดในเมืองเป็นสิ่งที่ดี เห็นด้วยควรสร้างรถไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวมาเชียงใหม่ในระดับต้นๆ ถือเป็นเมืองที่ใหญ่มาก แต่ยังไม่มีระบบของรถไฟฟ้า

ตรงนี้น่าจะนำมาพิจารณา ถือว่ามีประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจหลักของประเทศ ทั้งนี้ ระหว่างก่อสร้างไม่ต้องห่วงเรื่องปัญหาจราจร จะทำจริง ก็ต่อเมื่อวงแหวนการจราจรเสร็จก่อน เพื่อแบ่งเบาภาระการจราจรลงไปได้

นายกฯกล่าวว่า ปัญหาใหญ่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทางมาคือ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเราได้บริหารจัดการไปอย่างดีเยี่ยม รวมถึงการคมนาคม ต้องไม่ทำให้รถติด เพราะจะทำให้เขาไม่อยากมา ซึ่งรัฐบาลได้ตอบโจทย์ในระยะใกล้ ระยะกลางและระยะยาวแล้วอย่างบูรณาการเต็มที่ รวมถึงการรักษาเรื่องดีๆ ของเชียงใหม่ไว้ด้วย อาทิ

รถสองแถวแดงที่ถือเป็นไฮไลต์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ซึ่งเราพยายามจะเปลี่ยนให้เป็นรถไฟฟ้า ตนเชื่อว่าทุกอย่างคิดกันมาอย่างดีมาก ทำให้การทำงานเชื่อมต่อระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย ท้องถิ่น และทุกฝ่ายได้มาพูดคุยกัน รวมถึงพรรคการเมือง จะทำให้เชียงใหม่มีศักยภาพที่โดดเด่นได้

นายกฯ กล่าวต่อว่า ถ้าวันนี้ชาวเชียงใหม่ได้มาได้ยิน ได้ฟังในสิ่งที่เรามาหารือกัน ตนเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆ และอยากจะนำโมเดลดังกล่าวไปใช้ในหลายจังหวัด รวมถึงในพื้นที่ภาคใต้และพื้นที่ภาคอีสาน เชื่อมั่นว่าถ้าหากเราร่วมใจกันเช่นนี้จะทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนสนับสนุนเราอย่างดี

“ถึงแม้รัฐบาลนี้มาเพียงแค่ 4 เดือน แต่ก็เห็นการทำงานของทีมไทยแลนด์อย่างชัดเจน ที่ทุกคนได้ทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ รวมถึงคนที่ทำงานปิดทองหลังพระอย่างฝ่ายความมั่นคง กองทัพ ที่ทำงานป้องกันไฟป่า แม้เป็นจุดเล็กๆ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามไป ผมจึงขอให้รักษาตรงนี้ไว้และดำเนินการต่อไป” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องงบบูรณาการ ให้ข้อคิดตามหลักการทำงาน ถ้าปี 67 เราทำงานมีผลชัดเจนเชื่อว่าเรื่องงบเป็นเรื่องที่เราพูดคุยได้ ไม่มีปัญหา แค่ต้องการเหตุผลที่ชัดเจน

นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 เรื่องสำคัญคือลดจุดความร้อน หรือ ฮอตสปอต การทำแนวกันไฟที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สร้างความเข้าใจประชาชน หาลดการเผา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และต้องไม่เผาวัชพืชเปลี่ยนทำเป็นปุ๋ยเพื่อจะใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ ขณะเดียวกัน มีการปลูกป่าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น เชื่อว่าจุดความร้อนและค่า PM2.5 จะลดลง และวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี พ.ร.บ.อากาศสะอาดได้เข้าสภาแล้ว มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน

จากนั้น ในที่ประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่เชียงใหม่ นายเศรษฐา ได้ขอร้องทางกองทัพภาคที่ 3 ช่วยจัดอากาศยานเพิ่ม มาช่วยปฎิบัติการแก้ปัญหาดับไฟป่า และยังช่วยเรื่องของปัญหาฝุ่นละออง

ขณะเดียวกันจะประสานไปยังกองทัพอากาศเพื่อขออากาศยานมาช่วยขน วัชพืชส่งไปยังโรงงานต่างๆเพื่อช่วยลดปัญหาเรื่องการขนส่งอีกทางหนึ่ง ส่วนเรื่องงบประมาณ ยืนยันรับทราบทุกหน่วยงานที่ขอมา ไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้ดำเนินงานตามขั้นตอนอย่างเต็มที่

ขณะที่แม่ทัพภาค 3 กล่าวว่ายินดีและพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่โดยจะประสานไปยังส่วนกลาง

จากนั้น นายกฯเยี่ยมชมรถไฟฟ้าร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งดัดแปลงจากรถดีเซลมาเป็นรถอีวี 100% ผลงานของคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนขึ้นรถแดง ทะเบียน 30-6198 เชียงใหม่ เพื่อไปยังจุดจอดอากาศยานกรมฝนหลวงและการบินเกษตรกองบิน 41 ติดตามความพร้อมปฎิบัติการปฎิบัติการฝนหลวงเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 รวมถึงชมสาธิตวิธีการปล่อยฝนหลวงด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน