โฆษก รพ.ตำรวจ แจงเหตุ ไม่อนุญาต กมธ.ตร. บุกชั้น 14 จัดห้องประชุมชั้น 6 ต้อนรับ หวั่นละเมิดสิทธิคนไข้ -พร้อมตอบทุกคำถามเรื่องส่งตัวผู้ต้องขังมารักษาตัว
วันที่ 11 ม.ค.2567 พ.ต.อ.หญิงศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยกรณีคณะกรรมาธิการตำรวจ (กมธ.ตร.) ทำหนังสือขอมาศึกษาดูงาน รพ.ตำรวจ โดยขณะนี้ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) โรงพยาบาลตำรวจ มีหนังสือตอบรับไปยังคณะกรรมาธิการตำรวจ เพื่อให้เข้ามาศึกษาดูงานเกี่ยวกับการนำตัวผู้ต้องขังที่ ส่งจาก ราชทัณฑ์ มารักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ในวันที่ 12 ม.ค.67แล้ว
โดยย้ำว่าการเข้ามาศึกษาดูงานจะต้องไม่กระทบการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ไม่กระทบสิทธิ์หรือละเมิดสิทธิ์ของผู้ป่วยที่มาใช้บริการ และไม่ทำความเสียหายให้โรงพยาบาลตำรวจ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- กมธ.บุกชั้น14 รพ.ตำรวจศุกร์นี้ โวยอธิบดีคุกเงียบไม่ตอบ อุบเจอ‘ทักษิณ’จะพูดอะไร
- ทักษิณ อยู่รพ.ยาวเกิน120วัน ราชทัณฑ์ เผย แพทย์ชี้ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด
ส่วนที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งรักษาตัวอยู่ชั้น 14 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา จะสามารถขึ้นไปดูได้หรือไม่นั้น ระบุว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะการจะไปดูผู้ป่วยไม่ว่าจะเป็นนายทักษิณหรือผู้ป่วยรายอื่นโรงพยาบาลตำรวจคงไม่อนุญาต
ส่วนการดูงานมีหลายรูปแบบซึ่งทางกองอำนวยการ โรงพยาบาลตำรวจ จะมีการนำเสนอหรือให้ข้อมูลตามทุกอย่างที่คณะกรรมาธิการตำรวจสงสัยหรืออยากทราบข้อมูลส่วนไหนก็สามารถตอบได้ทุกคำถามโดยไม่กระทบกับคนไข้ ย้ำว่าสามารถให้ข้อมูลในภาพรวมและอธิบายได้ทุกขั้นตอน โดยเฉพาะเรื่องการส่งตัวผู้ต้องขังมารักษา แต่การจะขอไปดูคนไข้รายใดรายหนึ่งแค่คิดก็ไม่เหมาะสมแล้ว
ส่วนจะมีการให้วิดีโอพูดคุยหรือเยี่ยมคนไข้ได้หรือไม่ โฆษก รพ.ตำรวจ กล่าวว่า รูปแบบดังกล่าวทาง รพ.ตำรวจ ไม่เคยทำเพราะเกรงจะเป็นการละเมิดสิทธิของคนไข้ โดยเฉพาะหากคนไข้ไม่อนุญาตก็ไม่สามารถทำได้ทุกกรณี อีกทั้งการขอมาศึกษาดูงานของ กมธ.ตร.ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งแต่เป็นการขอดูงานในภาพรวมเท่านั้น
พร้อมย้ำว่าไม่สามารถพาขึ้นไปดูที่ชั้น 14 ที่พักรักษาตัวของ นายทักษิณได้ รวมถึงการขอดูผ่านกล้องวงจรปิดในห้องควบคุม ซึ่งหากมีการขอดูทางแพทย์ใหญ่ได้มอบหมายผู้เกี่ยวข้องเป็นคนอธิบายและให้ข้อมูลไว้แล้วโดยจะต้องเป็นไปตามความเหมาะสม โดยในวันพรุ่งนี้(12 ม.ค.67) จะมีการจัดห้องประชุมชั้น 6 อาคารศรียานนท์ โรงพยาบาลตำรวจให้กมธ.ตร.ได้รับทราบ

