ก้าวไกล จ่อยื่นแก้กฎหมายคุกคามทางเพศ เผยที่มากรณี 2 สส.ถูกขับ ยันไม่ได้ทำเพื่อลบภาพจำ แต่ทำให้เกิดมาตรฐานใหม่ ‘ครูจวง’ หวังผลักดัน เพิกถอนใบอนุญาตฯ ตลอดชีวิต หากบุคลากรด้านการศึกษามีพฤติการณ์เข้าข่าย

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 ม.ค. 2567 ที่รัฐสภา สส.พรรคก้าวไกล นำโดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรค นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. นายปารมี ไวจงเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แถลงข่าวกรณียื่นร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือการคุกคามทางเพศ และกฎ ก.พ. เพื่อกำหนดนิยามใหม่ของการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ การกระทำอนาจาร และการกระทำชำเรา

นายเอกราช กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้เพิ่มบทบัญญัติในการนิยามคำว่า ‘คุกคามทางเพศ’ เพื่อให้มีความหมายที่ชัดเจนขึ้น และมีการกำหนดบทมาตรการเพื่อความปลอดภัยเพิ่มอีกหนึ่งมาตรการ คือคำสั่งงดเว้นกระทำการ เพื่อให้ศาลมีอำนาจสั่งให้บุคคลที่ถูกคุกคาม หรือบุคคลที่คุกคาม แยกพื้นที่ออกจากกัน และต้องงดเว้นการกระทำงานที่เป็นความผิดต่อกฎหมาย นอกจากนี้ ได้เพิ่มโทษการคุกคามทางเพศในแต่ละระดับด้วย

ด้านนายปารมี กล่าวว่า การคุกคามทางทางเพศในโรงเรียน ปรากฏในหน้าข่าวบ่อยมาก รวมถึงการคุกคามทางทางเพศในครอบครัว และสถาบันอื่นๆ ด้วย ตนจึงเห็นว่า เราควรแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัย ในฐานะดูแลด้านการศึกษาของพรรคก้าวไกล ตนจะผลักดัน และขับเคลื่อนในกรณีการคุกคามทางทางเพศในโรงเรียนต่อไป

เนื่องจากเกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการศึกษาอีกหลายตำแหน่ง และเกี่ยวข้องกับกฎหมายอีกหลายฉบับ เช่น การแก้ข้อบังคับของคุรุสภา ในการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตลอดชีวิต ของทั้งครู และผู้อำนวยการโรงเรียน หากบุคคลเหล่านี้มีพฤติการณ์คุกคามทางเพศ ก็ไม่เหมาะที่จะเป็นครู ไม่เหมาะที่จะอยู่ในระบบการศึกษาอีกต่อไป

น.ส.ภคมน กล่าวถึงที่มาในการยื่นร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า สืบเนื่องจากปัญหาการคุกคามทางเพศที่อยู่กับสังคมไทยมานาน และมีแนวโน้วมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้ที่กระทำคือคนใกล้ตัว และกลุ่มผู้ถูกกระทำคือเยาวชนและเด็ก ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ และต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า

ส่วนหนึ่งมาจากเหตุการณ์ที่อดีต 2 สส.ของพรรคก้าวไกล ที่มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศที่เป็นประเด็นใหญ่ในสังคม แม้วันนี้เหตุการณ์จะคลี่คลายแล้ว แต่เราในฐานะพรรคการเมืองคงไม่สามารถสิ้นสุดเหตุการณ์ดังกล่าว ด้วยการบอกว่า ขับอดีต 2 สส.ออกจากพรรค และน้อมรับผิด

“วันนี้พวกเราในฐานะพรรคการเมือง อยากจะเป็นกลไกสำคัญ ผลักดันให้เกิดกฎหมายฉบับนี้ และคาดหวังให้กฎหมายฉบับนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้กฎหมายที่มีมาตรฐานเดียวกันต่อผู้มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ” น.ส.ภคมน กล่าว

เมื่อถามว่าจะลบภาพจำอย่างไร น.ส.ภคมน กล่าวว่า เราคงไม่ได้บอกว่า วันนี้สิ่งที่เราทำทั้งหมด เพื่อลบภาพจำ แต่พยายามจะยืนยันให้เห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้น เราในฐานะพรรคการเมืองคงไม่สามารถบอกว่า เราขอโทษแล้ว ทั้งสองคนพ้นพรรคไปแล้ว ความผิดของเราก็คงจะถูกลืมไป แต่เราในฐานะพรรคการเมือง ต้องผลักดันให้เกิดมาตรฐานที่เข้าใจร่วมกันในสังคมไทยให้ได้

เมื่อถามว่าหากถูกย้อนถาม จะทำอย่างไรให้คนเชื่อมั่นในกฎหมายที่พรรคก้าวไกลยื่น น.ส.ภคมน กล่าวว่า เราต้องยืนยันอย่างสดุดีว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่ในสังคม และในฐานะพรรคที่เคยเกิดเหตุการณ์ใหญ่นี้ขึ้น เราต้องเป็นคนที่ผลักดันให้เกิดความปลอดภัย และมาตรฐานใหม่ในสังคมให้ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน