ปิยบุตร ชี้ผลตัดสินคดี ‘พิธา-ก้าวไกล’ อาจกลายเป็น ‘มรณสักขี’ ยิ่งได้รับความนิยมมากกว่าเดิม เลือกตั้งครั้งหน้าได้เกิน 250 เสียงแน่
วันที่ 23 ม.ค.2567 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าและอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า มรณสักขีในการเมือง
การให้ธนาธร พ้นจาก สส., การยุบพรรคอนาคตใหม่ และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค 10 ปี
พิสูจน์แล้วว่า ไม่สามารถทำลายความนิยมของธนาธร ไม่สามารถทำลายพลังของกลุ่มก้อนนี้ได้ ตรงกันข้าม พวกเขาได้รับความนิยมมากกว่าเดิม
คดีสำคัญในศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 24 และ 31 มกราคมนี้ก็เช่นเดียวกัน
หากผลการตัดสินออกมาไม่เป็นคุณกับพิธา และพรรคก้าวไกล
พิธา ชัยธวัช พรรคก้าวไกล ก็จะกลายเป็น “มรณสักขี” เหมือนดังเช่นพรรคอนาคตใหม่
ยิ่งได้รับความนิยม ยิ่งได้การสนับสนุน
และเมื่อการเลือกตั้งครั้งถัดไปมาถึง ก็ง่ายมากที่พลังทางการเมืองกลุ่มก้อนนี้ จะได้เกิน 250 เสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยพิพากษาในคดีของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล โดยวันที่ 24 ม.ค. เวลา 14.00 น. กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ร้อง) ส่งคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส. เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อสารมวลชนใดๆ อยู่ในวันที่สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่
วันที่ 31 ม.ค. เวลา 14.00 น. กรณีนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร อดีตทนายความอดีตพุทธะอิสระ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่าการกระทำของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขณะนั้น ในฐานะผู้ถูกร้องที่ 1 และ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ถูกร้องที่ 2 เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ. … เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
โดยใช้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้งและยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่