รมว.ยุติธรรม “พ.ต.อ.ทวี” อาลัย พล.ต.ต.จำรูญ เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว รุดคารวะหลุมศพ ยกเป็นผู้ทรงคุณค่า ผลักดัน ทีวีภาษามลายู ศอ.บต.

วันที่ 28 ม.ค. 2567 ที่จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย แกนนำพรรคประชาชาติ เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัว พล.ต.ต.จำรูญ เด่นอุดม อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามในภาคใต้ หนึ่งในผู้ร่วมผลักดันสถานีโทรทัศน์ภาษามลายู ศอ.บต. ที่เสียชีวิตอย่างสงบ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ด้วยโรคประจำตัว

ในโอกาสนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้ลงพื้นที่ไปคาระวะที่หลุมฝังศพ ณ กุโบร์โต๊ะอาเยาะห์ อ.เมือง จ.ปัตตานี อีกด้วย โดยมีนางสุดา เด่นอุดม ภรรยา พล.ต.ต.จำรูญ และครอบครัว ให้การต้อนรับ พร้อมกล่าวขอบคุณ ซึ่งทางครอบครัวประทับใจและดีใจที่พ.ต.อ.ทวี ไม่ถอดทิ้ง

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้สอบถามความเป็นอยู่ของครอบครัว พร้อมกล่าวชื่นชม พล.ต.ต.จำรูญ ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้สังคมมากมาย โดยเฉพาะการผลักดันทีวีภาษามลายู ศอ.บต. อีกทั้งในขณะที่ดำรงตำแหน่งอยู่ที่ศอ.บต. ท่านไปพบและได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทุกวัน ได้ร่วมประชุมเรื่องภาษา อยากให้มีทีวีภาษามลายู ถือเป็นผู้ที่ทรงคุณค่าท่านหนึ่ง

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังได้คาราวะหลุมศพ พล.อ.ณรงค์ เด่นอุดม อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 พี่ชายพล.ต.ต.จำรูญ ที่เสียชีวิตอย่างสงบ ในวัย 80 ปี เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. 2563 ด้วยโรคชรา ทั้งมีมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ ซึ่งอยู่ใกล้กันกับหลุ่มฝังศพ พล.ต.ต.จำรูญ อีกด้วย

สำหรับสถานีวิทยุโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงภาษามลายู เกิดขึ้นในขณะที่ พ.ต.อ.ทวี ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ให้ความสำคัญ เพื่อแสดงความเป็นอัตลักษณ์ทางภาษา และมีความสำคัญในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในขณะนั้น พล.ต.ต.จำรูญ เป็นประธานคณะกรรมการสถานีวิทยุโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงภาษามลายู และคณะกรรมการสถาบันภาษามลายูไทยแลนด์หลายครั้ง

จากนั้น พ.ต.อ.ทวี ได้นำคณะเดินทาง ร่วมกิจกรรมระดมทุนซื้อที่ดินเพื่อการกุศลให้เด็กในพื้นที่ปัตตานี บริเวณ ซอยเพชรสุภา ต.จะบังติกอ อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยมีแกนนำพรรคประชาชาติ และผู้นำในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ และขอถ่ายภาพเพื่อเป็นที่ระลึก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทวี ขณะทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ ศอ.บต. มีเจตนารมณ์ในการจัดตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงภาษามลายู ต้องการจะส่งเสริมให้มีการศึกษาเรียนรู้ การปกป้องรักษาภาษามลายู ซึ่งเป็นภาษาที่กำเนิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาหลายร้อยปีให้ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่

โดยจะเริ่มต้นจากสถานศึกษาทั้งในระดับประถมและมัธยมศึกษา และการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ในรูปแบบของภาษามลายูผ่านสื่อทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และต้องการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกมิติ

ภาษามลายูมีความสำคัญกับคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน ประชาชนรับรู้และเข้าใจในเรื่องราวต่างๆ ได้ง่าย และภาษามลายูเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นที่ต้องส่งเสริม จะต้องทำให้ประชาชนในพื้นที่รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นความจริง ภาษามลายูเป็นสมบัติ เป็นมรดกของทุกคน เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษหวงแหน จึงเป็นหน้าที่ของลูกหลานในพื้นที่ที่จะต้องดูแลรักษาให้คงอยู่กับเราตลอดไป

โดยมีการหารือกรอบและแนวทางในการดำเนินรายการทีวีภาษามลายู จาก 2 ชั่วโมง/วัน จำนวน 8 สาระ 15 รายการ ออกอากาศทางทีวีช่อง NBT ส่วนแยกจ.ยะลา ที่มีอยู่เดิมให้สามารถออกอากาศได้ 24 ชั่วโมง โดยศอ.บต.และบอร์ดทีวีภาษามลายู ได้เข้าพบนายอภินันท์ จันทรังษี ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์คนใหม่ในขณะนั้น เพื่อเดินหน้าตามแผนงานที่ปรับเปลี่ยน

หากใช้สถานีและโครงข่ายของช่อง 11 ได้ รวมทั้งใช้ทีมงานของช่อง 11 บางส่วน ก็จะประหยัดงบประมาณและการผลิตเนื้อหาแบบมืออาชีพ ทั้งจะมีการเจรจาขอใช้ดาวเทียมของช่อง 11 ซึ่งมีสถานีอยู่เพื่อเปิดช่องทีวีภาคภาษามลายูเต็มรูปแบบยึดมั่นนโยบายส่งเสริมการใช้ภาษามลายูของพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้

นอกจากมีทีวีภาษามลายูแล้ว ยังเปิด “สถาบันภาษามลายูไทยแลนด์” ขึ้น ซึ่งในอนาคตสถาบันแห่งนี้จะเป็นสถาบันฝึกอบรมผู้จัดรายการทั้งโทรทัศน์และวิทยุให้สามารถใช้ภาษามลายูได้อย่างถูกต้องด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน