ป.ป.ช. เผย ค่า CPI ดัชนีการรับรู้การทุจริตของไทย คะแนนลดลง ได้ 35 คะแนน อันดับตกด้วย ได้อันดับที่ 108 จาก 180 ประเทศ เจอทุจริต-จ่ายสินบนเอื้อธุรกิจ

เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงานป.ป.ช. แถลงกรณีองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) เผยแพร่ผลการสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index หรือCPI) ประจำปี 2566

นายนิวัติไชย กล่าวว่า จาก 180 ประเทศทั่วโลก ประเทศที่ได้คะแนนสูงที่สุดคือ 90 คะแนน อันดับ 1 ของโลก คือ ประเทศเดนมาร์ก อันดับ 2 ฟินแลนด์ ได้ 87 คะแนน อันดับ 3 นิวซีแลนด์ ได้ 85 คะแนน ขณะที่ประเทศไทย ได้ 35 คะแนน จัดอยู่ในอันดับที่ 108 ของโลก และอยู่ในอันดับที่ 4 ของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งประเทศที่ได้คะแนนสูงสุดคือ สิงคโปร์ ได้ 83คะแนน จัดอยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก

ผลการสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริตของไทยในปี 2566 เป็นการประเมินจากแหล่งข้อมูล 9 แหล่ง โดยประเทศไทยได้คะแนนเพิ่มขึ้น 1 แหล่ง คือ The Political and Economic Risk Consultancy (PERC) เพิ่มขึ้นจาก 35 คะแนนในปี 2565 เป็น 37 คะแนน

ลดลง 3 แหล่ง คือ BF(TI) ลดลงจาก 37 คะแนนในปี 2565 เป็น 33 คะแนน, WEF ลดลงจาก 45 คะแนนในปี 2565 เป็น 36 คะแนน, และ WJP ลดลงจาก 34 คะแนน ในปี 2565 เป็น 33 คะแนน และคงที่ 5 แหล่ง คือ EIU, GI, IMD PRS และ V-DEM

นายนิวัติไชย กล่าวอีกว่า ในมุมมองแหล่งข้อมูลที่คะแนนลดลง 3 แหล่ง อาจมีสาเหตุจากมุมมองของผู้ตอบแบบสอบถาม และผู้เชี่ยวชาญในแหล่งข้อมูลดังกล่าว ที่รับรู้ว่ายังคงมีปัญหาการจ่ายเงินสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อแลกกับการได้รับการอนุมัติ อนุญาต การอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ หรือเพื่อเพิ่มโอกาสและความได้เปรียบในการแข่งขัน

ประกอบกับยังคงปรากฏกรณีที่เป็นข่าวเกี่ยวกับการทุจริตใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว การเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัวอยู่เป็นระยะ

ปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้ที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐจะมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย การพัฒนาการดำเนินงานโดยนำระบบเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนระยะเวลาในการติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะการอนุมัติ อนุญาตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ส่งผลต่อการรับรู้ของผู้ประเมิน รวมถึงการขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบและการลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐ

สำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะที่องค์กรหลักในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พิจารณาแล้วเห็นว่าได้มีการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่อาจส่งผลต่อการยกระดับคะแนน CPI เช่น การดำเนินการเรื่องตรวจสอบและไต่สวนให้มีความเป็นระบบ และเป็นไปตามกรอบ ระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนดด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้

การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มาช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการด้านตรวจสอบทรัพย์สินให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การส่งเสริม การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ผ่านชมรม STRONG จิตพอเพียง ต้านทุจริต การจัดทำและพัฒนาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา

การจัดตั้งศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. (Corruption Deterrence Center : CDC) ผลักดันให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มีการพัฒนาการบริหารจัดการให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีคุณธรรมและความโปร่งใส รวมทั้งการเสนอมาตรการ ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการการดำเนินงานในการส่งเสริมการยกระดับคะแนน CPI ของประเทศไทยให้เป็นไปตามเป้าหมายต่อไป

ค่า CPI ประเทศได้กำหนดอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ ที่ได้ตั้งเป้าหมายให้ได้ 50 คะแนนขึ้นไป แม้นักธุรกิจที่สนใจจะมาลงทุนในไทย ไม่ได้มองค่า CPI เป็นหลักก็ตาม ส่วนภาพรวมในการป้องกันและปราบปรามทุจริต ตนมองว่าดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ทำไมผลคะแนนถึงได้ลดลง ก็ต้องมาวิเคราะห์ว่า ใครเป็นผู้ประเมิน ใช้ฐานข้อมูลมาจากที่ไหน อย่างไร เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่กระทบต่อค่า CPI

อีกทั้งองค์กร TI ควรจะโปร่งใส ตรวจสอบได้ สามารถอ้างอิงถึงแหล่งข้อมูลได้ เพราะเป็นการทำงานในเชิงหลักวิชาการ และจะทำให้เรารู้ว่ามุมมองต่อหน่วยงานใดที่ทำให้ค่า CPI ของไทยลดลง เราจะได้แก้ไขอย่างตรงจุด แต่สถานกาณ์ที่ผ่านมา เราไม่ได้คำตอบจาก TI จึงอยากสะท้อนถึง TI ถึงค่าคะแนนที่วัดความโปร่งใสในแต่ละประเทศ ดังนั้น TI ควรจะโปร่งใส และแจ้งได้ว่าวัดคะแนนจากอะไร ฐานข้อมูลมีมาตรฐานและเที่ยงตรงหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน