ประธานวิปฝ่ายค้าน โวย มีสส.ฮุบห้องหลังบัลลังก์ตั้งแต่สลับฝั่ง จนฝ่ายค้านไม่มีห้องประสานงาน แฉ สส.ยึดห้องทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 1 ก.พ.2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ฝ่ายค้าน หารือว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยกันและอาจจะบ่นเล็กน้อยว่าการประสานงานระหว่างวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านค่อนข้างขลุกขลัก
โดยปกติสภาฯ ชุดที่ 25 เราจะมีห้องประสานงานวิปรัฐบาลอยู่ทางซ้ายมือสุดหลังบัลลังก์ และห้องประสานงานวิปฝ่ายค้านอยู่ห้องขวามือสุดหลังบัลลังก์ แต่ขณะนี้ห้องซ้ายมือสุดเป็นของวิปรัฐบาล แต่ห้องขวามือสุดเป็นของพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่ง
ตนหารือไปแล้วว่าให้ประธานฯ ออกคำสั่งให้ห้องซ้ายสุดเป็นห้องวิปรัฐบาล และห้องขวาสุดเป็นห้องวิปฝ่ายค้าน ส่วนห้องอื่นจะเป็นของใคร พรรคใด จะใช้ห้องไหนก็ว่ากันไปตามกรณี ตนเข้าใจดีว่าบางที สส.บางท่านก็มีข้อจำกัด หรือมีความต้องการที่จะใช้ห้องบางห้อง แต่ตอนนี้เกิดความไม่เท่าเทียมกันระหว่างพรรค แม้กระทั่ง สส.ด้วยกันเอง
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้มีการมาเจรจาบอกว่าขอใช้ห้องข้างๆ แทนได้หรือไม่ อยากได้อะไรก็บอกว่า อยากตกแต่งแบบไหนก็บอกมา ซึ่งตนขอบอกว่าห้องขนาดเล็กใหญ่ไม่สำคัญ ตนใช้งานได้โดยไม่มีปัญหา แต่กังวลว่าบรรทัดฐานของสภาฯ แห่งนี้กำลังจะเสียไป เพราะอาจไม่ใช่แค่การให้สิทธิพิเศษกับพรรคการเมืองพรรคเดียว แต่ให้สิทธิพิเศษกับสส. 1 คนที่ต้องการมีห้องส่วนตัวเป็นของตัวเองอยู่หลังบัลลังก์ พร้อมผู้ติดตาม
ดังนั้น ประธานต้องพูดคุยกันเรื่องนี้ เพราะคือบรรทัดฐานของสภาฯ และเป็นเรื่องของสส.ทั้ง 500 คนที่จำเป็นต้องมีบรรทัดฐานที่ชัดเจนและยุติธรรม และไม่ใช่แค่ห้องหลังบัลลังก์
“ตอนนี้ผมได้ยินมาว่าชั้น 4 โซนห้องประธานกรรมาธิการเข้าใจว่ามีเกิน 35 ห้องแน่ๆ มี 40 ห้อง เพราะผมก็ได้ 1 ห้องที่ประธานมอบให้เป็นห้องประธานวิปฝ่ายค้าน ผมทราบมาว่ามีห้องบางห้องที่มอบให้ สส.ที่อาจจะเป็นผู้อาวุโส มีอายุค่อนข้างมาก ผมเข้าใจได้ ไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้ได้ยินว่ามี สส.บางท่านไปยึดห้องที่ว่างอยู่ โดยไม่ได้ขออนุญาต และไม่ได้รับอนุญาตจากประธานฯ” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว
อยากทราบว่าสภาฯ แห่งนี้มีสิทธิการครอบครองปรปักษ์กันได้ด้วยหรือ ใครมาก่อนเปิดห้องว่างเข้าไป ไม่มีใครใช้ ก็เข้าไปวางของแล้วใช้งานเป็นของตัวเองได้ด้วยหรือ และกรณีห้องขวามือหลังบัลลังก์ ก็เป็นการครอบครองปรปักษ์ พอสลับฝั่งของพรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้านก็ไม่ยอมออก จึงกลายเป็นว่าทั้ง 2 ฝั่งเป็นของพรรครัฐบาล แต่ไม่มีของฝ่ายค้าน
ขณะที่นายปดิพัทธ์ ชี้แจงว่า เรื่องห้องหลังบัลลังก์จบวันนี้แน่นอน ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเลย ถ้าเป็นไปอย่างที่นายปกรณ์วุฒิพูด ก็ช่วยจัดเตรียมห้องให้กับวิปฝ่ายค้านด้วย เพราะห้องหลังบัลลังก์มีไว้เพื่อการทำงานของวิป ไม่ใช่ของ สส.ท่านใดท่านหนึ่ง ส่วนเรื่องการครอบครองห้อง ตนขอตรวจสอบก่อนว่ามีการใช้งานผิดประเภทอย่างไรบ้าง โดยจะกำชับและให้นโยบายกับสำนักรักษาความปลอดภัย และฝ่ายอาคารสถานที่ ตรวจสอบเรื่องนี้