เป็นประเด็นร้อนทางการเมืองสำหรับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล มีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครอง
นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งที่เห็นด้วย เห็นต่าง และแง่มุมทางวิชาการที่น่าสนใจ
ว่าคำตัดสินส่งผลอย่างไร ทั้งต่อพรรคก้าวไกล สถานการณ์บ้านเมือง และตำรากฎหมาย
สติธร ธนานิธิโชติ
ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย
สถาบันพระปกเกล้า
เราเคยเห็นคำตัดสินแบบนี้ผ่านกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 การกระทำใดที่ไปละเมิดสถาบัน แน่นอนมีส่วนกร่อนเซาะบ่อนทำลายระบอบการปกครองไปด้วย นี่คือบรรทัดฐานที่ชัดเจน
มาตรา 112 ชัดเจน 1.ยกเลิกไม่ได้ ห้ามยกเลิกเด็ดขาด 2.แก้ได้แต่ต้องด้วยกระบวนการนิติบัญญัติที่ชอบเท่านั้น ซึ่งความชอบไม่ใช่เพียงแค่เป็น สส.แล้วไปยื่นร่างแก้ไขตามกระบวนการ แต่ดูพฤติกรรมแวดล้อมด้วยว่านอกสภามีพฤติกรรมอะไร
ส่วนที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ไปยื่นคำร้องให้ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิทางการเมือง แน่นอนจุดยืนหรือเจตนารมณ์คงทิ้งไม่ได้ หากเป็นจุดยืนและเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ ต้องการแก้ไขมาตรา 112 เพื่อให้เกิดความชอบธรรมมากขึ้นในการบังคับใช้กฎหมาย หรือเป็นการเชิดชูสถาบันอย่างที่กล่าวอ้าง ก็ต้องยืนยันหลักการและเดินหน้าทำงานต่อไป
เพียงแต่ต้องอยู่ในกรอบความระมัดระวังให้มากขึ้น เพราะคำอธิบายของศาลรัฐธรรมนูญเป็นกรอบการขับเคลื่อนเรื่องนี้ หากนอกเหนือไปจากนี้คือผิดหมด
กรณีการยุบพรรคมีการเทียบเคียงถึงกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งโดน (2) เป็นปรปักษ์ ตัดสิทธิ 10 ปี แต่ครั้งนี้โดนข้อหาล้มล้างการปกครองอาจหนักกว่าข้อหาปรปักษ์ อาจไม่แค่ตัดสิทธิเพียง 10 ปี
หากจะตีความกันตามตัวอักษรโอกาสที่พรรคก้าวไกลจะรอดจากการถูกยุบพรรคคงยาก แต่หากไปไล่ดูมาตรา 92 อาจมีคำบางคำที่เกินกว่ามาตรา 49 ที่พอจะเอาไปสู้และอธิบายได้ ดังนั้นพรรคก้าวไกลยังพอมีความหวังเล็กๆ
ส่วนที่นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบและเอาผิดจริยธรรม 44 สส. ที่ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย 112 รวมถึงนายพิธา เป็นเรื่องของตัวบุคคล ซึ่งมี 2 ส่วน
ถ้าเป็นกรณีนายพิธาโดยตรง ความผิดเรื่องจริยธรรมจะไปพ่วงกับการเป็นผู้ถูกร้องที่ 1 ในคดีแก้ไขมาตรา 112 คงตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ก็ต้องไปลุ้นต่อ ส่วนอีก 44 สส.มีโอกาสลุ้นกว่ามาก เพราะต้องดูพฤติกรรมแวดล้อม เช่น เคยไปสนับสนุนผู้ชุมนุม เคยไปประกันตัวผู้ชุมนุมหรือไม่ เป็นต้น ดังนั้น 44 สส.อาจมีช่องให้ลุ้นได้มากกว่า
ด้วยคดีต่างๆ ยังไม่ถึงที่สุด ทั้งการยุบพรรคและตัดสิทธิคนจะส่งผลต่อการขยับของพรรคก้าวไกลหลังจากนี้ นอกจากสู้คดีแล้ว สิ่งที่เคยยืนหยัดทำมาก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น และต้องเตรียมการไว้สำหรับกรณีเกิดเหตุร้ายที่สุด พรรคอื่นก็จะถูกตรวจสอบบ้างเป็นธรรมดา โดยเฉพาะเรื่องจุดยืนมาตรา 112 ก็ต้องทบทวนจะทำอย่างไร
ส่วนการเมืองในระยะยาว เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลให้ความเป็นก้าวไกลที่ประชาชนเลือกมาถล่มทลายสลายไปมีแต่จะเพิ่มแรงสนับสนุน และหากพรรคก้าวไกลถูกยุบจริงแล้วต้องตั้งพรรคใหม่ เชื่อว่าความนิยมไม่ได้น้อยไปกว่าเดิม เผลอๆอาจมากขึ้น
เพียงแต่ตัวบุคคลที่จะนำมาชูในการเลือกตั้งคงต้องรีบสร้างคนใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทน ซึ่งต้องกรองคนที่จริงใจกับพรรคด้วย เพราะทุกคนอยากวิ่งเข้าหาพรรคนี้เพราะมีคะแนนนิยม อยากใช้ประโยชน์จากตรงนี้ แต่หากพรรคมีปัญหาก็พร้อมโบยบิน ดังนั้น พรรคก้าวไกลต้องคัดกรองคนให้ดีๆ
มุนินทร์ พงศาปาน
อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์
ม.ธรรมศาสตร์
คดีล้มล้างการปกครองที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 31 ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นหลักฐานของ 2 ปัญหาใหญ่คือ แสดงให้เห็นถึงอิทธิฤทธิ์ของรัฐธรรมนูญปี 60 วางกลไกให้องค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตย คือ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลอ่อนแอ
ปกติระบอบประชาธิปไตยทั้ง 3 องค์กร ทำหน้าที่ที่สำคัญเท่าเทียมกันแต่แตกต่างกัน และคานอำนาจซึ่งกันและกันในบางกรณี แต่รัฐธรรมนูญให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้การใช้อำนาจอธิปไตยของแต่ละองค์กรไม่เป็นไปตามหลักการที่ควรจะเป็น ต้องพะวงว่าการกระทำของตัวเองชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
คดีพรรคก้าวไกลเป็นหนึ่งตัวอย่างว่าฝ่ายนิติบัญญัติ พรรคการเมือง หรือสส.อยากเสนอร่างกฎหมาย ซึ่งเป็นกลไกปกติมีอยู่ แต่มีช่องทางจำกัดจากการเข้าไปตรวจสอบฝ่ายนิติบัญญัติ
แม้กระทั่งนโยบายพรรคการเมืองซึ่งยังไม่มีการพิจารณาโดยรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญก็เข้าไปควบคุมได้
และเข้าไปควบคุมในทุกมิติ ก่อนหน้าก็มีแม้กระทั่งศาลด้วยกันเอง เช่น คดีโฮปเวลล์ ศาลรัฐธรรมนูญประกาศว่าคำวินิจฉัยของปกครองสูงสุดขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในฝ่ายบริหารก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว กรณีรถไฟความเร็วสูง ดีไม่ดีเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ตอาจถูกประกาศว่าเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญได้
หลักการทางกฎหมายมหาชน การกระทำทางการเมืองหรือการกระทำของฝ่ายบริหารที่ต้องนำไปปฏิบัติเป็นโครงการเพื่อประชาชน ศาลไม่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบ เพราะถือเป็นความรับผิดชอบทางการเมือง นโยบายจะดีหรือไม่ดีก็ปล่อยให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์
แต่เมื่อศาลเข้าไปแทรกแซงได้ กลายเป็นว่าศาลเป็นคนตัดสินใจแทนสังคม ยังไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้แต่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และมีตัวอย่างมาแล้วในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
คดีของพรรคก้าวไกลเป็นตัวอย่างให้เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญ จากคำวินิจฉัยฉบับย่อการให้เหตุผลของศาลหลายส่วนยังขัดต่อหลักการพื้นฐานของกฎหมายอื่น
ศาลอธิบายว่าที่ สส.หรือสมาชิกพรรคก้าวไกลไปประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาตรา 112 เป็นพฤติการณ์บ่งชี้ให้เห็นถึงการล้มล้างการปกครอง ต้องไม่ลืมว่าทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่ต้องได้รับการประกันตัวระหว่างมีการดำเนินคดีอาญา
การเข้าไปช่วยให้ได้รับการประกันตัวคือการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เป็นการกระทำที่ควรยกย่องแต่กลายเป็นเรื่องผิดกกฎหมาย ล้มล้างการปกครอง เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเหตุผลทางจารีตประเพณี อารมณ์ความรู้สึก โดยหาที่หลักการทางกฎหมายมาสนับสนุนไม่ได้ อาจต้องรอดูคำวิจฉัยฉบับเต็มก่อน
การตัดสินคดีดังกล่าวกระทบต่อการบังคับใช้กฎหมายในอนาคตแน่นอน เพราะข้อความทางกฎหมายคลุมเครือ ไม่ชัดเจน เป็นคำกว้างๆ เช่น มาตรา 49 ที่ศาลปรับใช้กับพรรคก้าวไกล เขียนว่าเป็นการกระทำล้มล้างการปกครอง ไม่รู้ว่าการกระทำแบบไหน เป็นเรื่องที่ต้องอธิบายให้เคร่งครัดและแคบที่สุด ไม่ใช่ตีความโดยกว้าง
การเขียนรัฐธรรมนูญให้ศาลมีดุลพินิจแบบนี้เป็นเรื่องอันตรายต่อสิทธิเสรีภาพมาก ดังนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องของพรรคก้าวไกล แต่เป็นสัญญาณอันตรายส่งไปยังสังคมไทย องค์กรอื่นๆของรัฐ และรัฐบาล
และกระทบต่อการเมืองไทยแน่นอน ในทางกฎหมายคดีของพรรคก้าวไกลแม้คำพิพากษาผูกพันทุกองค์กร คนที่ถูกสั่งห้ามคือ นายพิธา และพรรคก้าวไกล เฉพาะบุคคลเท่านั้นที่ถูกสั่งห้าม ไม่ได้สั่งห้ามพรรคเพื่อไทยหรือพรรคอื่น แต่ในทางการเมืองทำให้พรรคอื่นกลัวและหวาดระแวง
การตีความคำวินิจฉัยคดีนี้จะถูกเอาไปวิเคราะห์โดยองค์กรอื่นและพรรคการเมือง เพราะทำให้กังวล ไม่กล้าเข้าไปแตะเรื่องเหล่านี้ แม้กระทั่งความพยายามในการนิรโทษกรรมก็มีประเด็นมาตรา 112 เข้าไปเกี่ยวข้อง พอมีเรื่องนี้ก็ส่งผลทางจิตวิทยาทำให้เกิดความกลัว
ส่วนผลกระทบที่จะเกิดกับพรรคก้าวไกลซึ่งมีการไปยื่นยุบพรรคแล้ว ก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะไปถึงจุดนั้น แต่การยุบพรรคเป็นการดำเนินการภายใต้กฎหมายอีกฉบับคือ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายไม่ได้บอกชัดว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 49 แล้วให้ยุบพรรคเลย
แต่แนวทางที่อาจเกิดขึ้นมากคือเมื่อศาลบอกเองว่าล้มล้างการปกครองก็ยุบพรรคเลย แต่ก็ยังเป็นไปได้ว่าอาจไม่ถึงขั้นยุบพรรค ซึ่งไม่รู้ผลจะออกมาอย่างไร
สถาพร เริงธรรม
คณะนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น
คำวินิจฉัยที่ออกมาจะทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่ากฎหมายลักษณะดังกล่าวจะแก้ไขได้หรือไม่นั้น คงรีบตัดสินไม่ได้ว่าตกลงแล้วกฎหมายแบบนี้ยังแก้ไขได้หรือไม่
คงต้องใช้เวลาวิเคราะห์และมีการศึกษาคำวินิจฉัยเพื่อตีความกันต่อไปในอนาคตว่าคำวินิจฉัยที่ออกมาเป็นการห้ามแก้ไขเลยหรือไม่ หรือเป็นเพียงเฉพาะกรณีของพรรคก้าวไกลพรรคเดียว หากเป็นพรรคอื่นไม่เป็นอะไร
คงต้องดูกันก่อนว่าการวางบรรทัดฐานตรงนี้ถือว่าจะมีผลผูกพันไปถึงรัฐสภาหรือไม่ หากมีผลผูกพันถึงรัฐสภาอาจต้องอธิบายถึงอำนาจอธิปไตย 3 ส่วน ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบถ่วงดุลกันและกันว่าควรมีน้ำหนักอย่างไรในประเด็นนี้
อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาเชื่อว่าคงไม่ส่งผลกระทบอะไรกับพรรคก้าวไกล และสส.ของพรรค เพราะเป็นสิ่งที่เขาคงคิดไว้ ทำใจไว้ และเตรียมตัวไว้แล้วว่าจะออกมาแบบนี้
พรรคก้าวไกลคงคาดการณ์ไว้ว่าหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง จึงคิดว่าคงไม่มีอะไรกระทบมากเพราะพรรคก้าวไกลตั้งหลักไว้แล้ว เพียงแต่อาจต้องดูว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะไปถึงขั้นไหน จะมีการยุบพรรคหรือไม่ จะกระทบในเรื่องประมวลจริยธรรมหรือไม่ แต่ก็เชื่อว่าในส่วนของพรรคก้าวไกลคงมองภาพเหล่านี้ไว้แล้ว
ผลการตัดสินดังกล่าว คิดว่ามีโอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองอาจทำให้การเมืองในประเทศดุเดือดขึ้นได้ มีความเป็นไปได้ที่อาจนำไปสู่ความวุ่นวาย หรือทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น ต้องดูผลสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยก่อนว่าจะไปถึงขั้นไหน
แต่หากประเมินกันขณะนี้เป็นไปได้ค่อนข้างมากที่อาจนำไปสู่ความวุ่นวายขึ้นบ้าง แต่คงไม่ได้เกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคตจากผลพวงของคำวินิจฉัย
ส่วนการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญนี้จะส่งผลกระทบต่อการบังคับใช้กฎหมายของประเทศได้หรือไม่นั้น คิดว่าในภาพใหญ่คงไม่มีผลอะไรมาก เพราะเป็นการบังคับใช้ในรายมาตรา ยังไม่ได้กระทบต่อหลักการสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายทั่วไป
ดังนั้น การบังคับใช้กฎหมายคงไม่มีผลกระทบอะไรมาก แต่จะกระทบแน่นอนในส่วนจิตวิทยาการเมือง แต่ในแง่การบังคับใช้กฎหมายกรณีที่เกิดขึ้นคงไม่ถึงขั้นส่งผลกระทบไปถึงกฎหมายทั้งหมด