ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ยกระดับความร่วมมือ การสกัดกั้นยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในภูมิภาค

วันที่ 14 ก.พ.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานจากนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ว่า เมื่อเวลา 13.05 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และคณะ ประกอบด้วย นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการป.ป.ส.) และคณะผู้บริหารระดับสูง ป.ป.ส. เดินทางเยือน สปป.ลาวอย่างเป็นทางการ

โดยรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ยาเสพติด และการดำเนินการศูนย์บำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดของ สปป.ลาว ที่ศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัยของ สปป.ลาว ทั้งนี้ น.ส.มรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรไทยประจำ สปป. ลาว ร่วมต้อนรับด้วย

สำหรับภาพรวมสถานการณ์ยาเสพติดของ สปป.ลาว ตลอดปี 2566 จับกุมได้ทั้งหมด 4,663 คดี ยึดสารตั้งต้นสำหรับใช้ผลิตยาเสพติดได้ 260 ตัน ได้ทำลายสารดังกล่าวมาตลอด มีการจับกุมผู้ค้ามากมาย อาทิ นายอ่อง กิม วาห์ นักค้ายาเสพติดรายสำคัญในสามเหลี่มทองคำ

ทั้งนี้ สปป.ลาว เป็นสมาชิกภาคีต่อต้านยาเสพติด จำนวน 3 ภาคี และร่วมมือกับประเทศในกลุ่ม CLMVT (กลุ่มประเทศ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนามและไทย) มากมาย โดยเฉพาะไทย โดยสปป.ลาว มีผู้อยู่ระหว่างการบำบัดยาเสพติดประมาณ 1,400 คน ทั่วประเทศ มีสถานบำบัด รวม 13 ศูนย์ และมีศูนย์ให้คำปรึกษาด้วย

พ.ต.อ.ทวี ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย ระบุว่า ภายใต้การนำของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ที่มีนายกฯ เป็นประธาน โดยปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาของภูมิภาค ซึ่งเราต้องร่วมกันแก้ปัญหานี้ เพราะยาเสพติดไม่มีพรมแดน แต่ละประเทศมีกฎหมายต่อต้านยาเสพติด แต่ในรายละเอียดอาจไม่เหมือนกัน ผู้ค้ายาเสพติดส่วนมากมักไม่อยู่ในประเทศที่ค้า เช่น ผู้ค้าลาวอาจจะอยู่ที่ไทยก็ได้

รัฐบาลไทยยกปัญหายาเสพติดให้เป็นวาระแห่งชาติ และเห็นควรยกเป็นวาระระดับภูมิภาคด้วย ส่วนการร่วมมือกันในวันนี้ ควรเอาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมาบูรณาการร่วมกัน และสนับสนุนที่จะมีการกำหนดไทม์ไลน์ในการต่อสู้กับยาเสพติดให้ชัดเจน เช่น ใน 1 ปี ให้เห็นผลทั้งระดับภูมิภาค

รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า อาชญากรรมยาเสพติด มีรายได้อันดับ 1 ของโลก เมื่อเทียบกับอาชญากรรมประเภทอื่น หากเราปฏิบัติการด้านการต้านการฟอกเงินได้ น่าจะลดปัญหายาเสพติดได้ในระดับหนึ่ง โดยเน้นการปฏิบัติการเชิงรุก และยกปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาระดับภูมิภาคด้วย

ด้านพล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางการไทยและ สปป.ลาว จับกุมผู้ค้าได้เป็นจำนวนมาก ขณะนี้ยังมีหมายจับเพิ่มเติม 48 ใบ อยากขอรับการสนับสนุนจาก สปป.ลาว ในการช่วยสนับสนุนจับกุม โดยจะเพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมชายแดน โดยมีกองทัพภาค 2 และ 3 สนับสนุนการปฏิบัติการ อาจจะขยายเขตการควบคุมในอนาคต และจะขอแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ สปป.ลาว เพิ่มเติม

เดือนที่ผ่านมา มีการเชิญเจ้าหน้าที่ของ สปป.ลาว จำนวน 30 ท่าน มาแลกเปลี่ยนข้อมูล และขอขอบคุณความร่วมมืออันดีที่ผ่านมา รวมถึงอาจมีการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการจับกุมผู้ค้า และอาจจะถึงผู้เสพ/ผู้ค้ารายย่อย ซึ่งเป็นเหมือนเส้นเลือดของยาเสพติด โดยอาจจะมีการเริ่มชุดปฏิบัติการร่วมกันด้วย

จากนั้นเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.ทวี และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับ พลเอก วิไล หล้าคำฟอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันความสงบแห่ง สปป.ลาว ที่ห้องรับรอง กระทรวงป้องกันความสงบแห่ง สปป.ลาว นครหลวงเวียงจันทน์

โดยพลเอก วิไล หล้าคำฟอง มีข้อเสนอในการร่วมกันป้องกันปราบปราม สกัดกั้นยาเสพติด และยกระดับการสกัดกั้น สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ยกระดับความร่วมมือด้านการจับกุม ความร่วมมือด้านวิชาการ การฝึกอบรม การวิจัย และพัฒนาบุคลากรด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงความร่วมมือด้านการเผาทำลายยาเสพติด และความร่วมมือด้านการพัฒนาสารทางเลือกทดแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 17.30 น. พ.ต.อ.ทวี และคณะ มีกำหนดร่วมงานเลี้ยงรับประทานอาหารค่ำ กับ พลตรี คำกิ่ง ผุยหล้ามะนีวง รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันความสงบ และหัวหน้ากรมใหญ่ตำรวจแห่ง สปป.ลาว ที่ภัตตาคาร MAY YUAN โรงแรมลาวพลาซ่า ก่อนออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ เดินทางกลับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG575

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน