สมศักดิ์ ตั้งวงเสวนา ‘เลี้ยงโค แก้หนี้ แก้จน’ ชี้เลี้ยงเป็นรายได้เสริม ช่วยแก้จน เตรียมเดินหน้าออกกฎหมายเก็บภาษีกีฬาสัตว์ ดึงเงินมาใช้ประโยชน์

เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2567 ที่ห้องประชุม อาคารข่าวสด นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดเสวนาสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเลี้ยงโค ภายใต้แนวคิด “เลี้ยงโค แก้หนี้ แก้จน ยกระดับคุณภาพชีวิต เกษตรกรไทย”

โดยมี นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษารองนายกฯ นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผอ.สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ และผู้เข้าร่วมเสวนาจำนวนมาก ทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบออนไลน์

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้โอกาสกองทุนหมู่บ้านฯ มาทำความเข้าใจในเรื่องการเลี้ยงโค ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้ทำความเข้าใจกับประชาชน ก่อนที่จะขับเคลื่อนโครงการเลี้ยงโคทั่วประเทศ

โดยโครงการส่งเสริมเลี้ยงโค เชื่อว่าจะช่วยส่งผลต่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศ เพราะต้องยอมรับว่า ประชาชนในต่างจังหวัดมีเวลาว่างจากการทำไร่ทำนา วันละ 3-5 ชม. สามารถนำเวลาว่างมาทำปศุสัตว์ เช่น วัว ที่โอกาสจะไม่ประสบความสำเร็จไม่มี ทำให้ประชาชนไม่เสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ โดยเราจะนำพลังงานนั้น มาทำให้เกิดเป็นเงิน และเป็นประโยชน์ต่อครอบครัว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การส่งเสริมเลี้ยงโคของกองทุนหมู่บ้านฯ จะเริ่มด้วยเงิน 5 หมื่นบาท ให้เกษตรกรกู้ดอกเบี้ยต่ำ จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เสริม เพราะจากโครงการเลี้ยงวัวนำร่องที่ จ.สุโขทัย เริ่มต้นด้วยเงิน 5 หมื่นบาท ซื้อแม่พันธุ์วัว 2 ตัว ซึ่งผ่านมา 4 ปี เกษตรกรมีวัวเพิ่มเป็น 10 ตัวแล้ว

ถ้าคิดเป็นมูลค่า วัวตัวละ 25,000 บาท หากมี 10 ตัว จะมีมูลค่าถึง 250,000 บาท และถ้าส่งเสริมเลี้ยง 1 ล้านครอบครัว จะมีมูลค่าถึง 250,000 ล้านบาท นอกจากการเลี้ยงวัวธรรมดาแล้ว ตนยังส่งเสริมการพัฒนาเลี้ยงวัวที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เช่น วัวโกเบ วัวบราห์มัน วัวทาจิมะ วัวแองกัส รวมถึงการต่อยอดเลี้ยงวัวกีฬา เพราะวัวธรรมดามีราคา 2.5 – 5 หมื่นบาท แต่วัวสายพันธุ์ดี มีราคาถึงตัวละ 2 แสนบาท

“การส่งเสริมเลี้ยงวัว ยังรองรับที่รัฐบาลช่วยสร้างโอกาสขยายตลาดการส่งออกโคไปต่างประเทศด้วย โดยทำควบคู่กันไป ถ้ามีการส่งเสริมเลี้ยงโค 1 ล้านครอบครัว ผ่านไป 4 ปี มีการวิเคราะห์ว่า จีดีพี จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.4% ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วย” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณตรวจเขตราชการ ในจังหวัดละ 10 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาช่วยอบรมการแก้ปัญหาความยากจน และส่งเสริมอาชีพ เพราะสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน 13 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นหนี้ ตนจึงเน้นให้กองทุนหมู่บ้านฯ คิดโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโค เพื่อให้สมาชิกมีรายได้เพียงพอในการใช้หนี้ได้

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า การส่งเสริมอาชีพเลี้ยงวัว ยังช่วยลดปัญหาการปล่อย Black Carbon ได้ด้วย เพราะวัวจะกินฟางวันละประมาณ 1 ก้อน ก้อนละ 15 ก.ก. และนาข้าว 1 ไร่ จะมีฟาง 650 กิโลกรัม ซึ่งหากเผาตอซังและฟางข้าว 1 ก.ก. จะผลิต Black Carbon ประมาณ 0.06 กรัม

หากคำนวณพื้นที่ปลูกข้าว 44 ล้านไร่ จะปลดปล่อย Black Carbon กว่า 29.15 ล้านตัน หรือ 29,150 ล้าน ก.กต่อปี หากเปลี่ยนจากการเผา นำไปเลี้ยงวัว จะลดอัตราปลดปล่อย Black Carbon ได้กว่า 1,749 ตัน หรือ 1,749,000 ก.ก.ต่อปี

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากนี้ตนจะส่งเสริมทำใบเพ็ดดีกรีให้กับสัตว์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสัตว์ ซึ่งเป็นการนำวิธีการของประเทศออสเตรเลียมาปรับใช้ ที่มีการเลี้ยงม้าแข่ง ทำให้ตัวแชมป์มีมูลค่าสูงถึง 10 ล้านเหรียญ หรือ 350 ล้านบาท

รวมทั้งเตรียมร่างกฎหมายส่งเสริมปศุสัตว์ด้วย เพราะปัจจุบันมีการแข่งขันถูกกฎหมาย ทั้งม้า-วัว แต่ภาครัฐไม่ได้ภาษีเข้ารัฐ จึงทำกฎหมายเพื่อให้เงินเหล่านั้นกลับมาเป็นประโยชน์กับประชาชน เพราะทุกวันนี้กีฬาสัตว์ถูกกฎหมาย แต่ภาครัฐไม่ได้ประโยชน์

“ดังนั้น ต้องนำกฎหมายเข้ามา เป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน และส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยทำให้ครบวงจร ไม่เช่นนั้น ประชาชนต่างจังหวัดจะถูกทิ้งห่างไปเรื่อยๆ ยืนยันว่า ผมไม่สนับสนุนการเล่นพนัน แต่สนับสนุนการเลี้ยงสัตว์ เพื่อสร้างรายได้” นายสมศักดิ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน