นายกฯ สักการะหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เจ้าอาวาสฝากเรื่องความสงบ 3 จว.ชายแดนใต้ เชื่อช่วยฟื้นฟูท่องเที่ยว ‘เศรษฐา’ ชี้มีสัญญาณบวก หลังพัฒนาควบคู่มั่นคง-เศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นวันที่สอง เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “เที่ยวใต้สุดใจ” ที่จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ระหว่างวันที่ 27-29 ก.พ.
โดยเวลา 11.25 น. นายเศรษฐา พร้อมคณะ เดินทางมายังวัดช้างให้ เพื่อสักการะหลวงปู่ทวด และนมัสการพระสุนทรปริญัติวิธาน เจ้าอาวาสวัดช้างให้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้วกว่าหลายร้อยปี

จากนั้น นายกฯ ได้สนทนาธรรมกับพระสุนทรปริยัติวิธาน เจ้าอาวาสวัดช้างให้ ซึ่งทางเจ้าอาวาสได้สอบถามนายกฯ ว่าลงมาพื้นที่จังหวัดภาคใต้มีภารกิจอะไรบ้าง
โดยนายกฯ กล่าวว่า มาปัตตานี มาดูเรื่องโอกาส เรื่องวัฒนธรรม เรื่องการท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนส่งเสริม ให้พี่น้องประชาชนทราบว่า เราให้โอกาสความเท่าเทียมในภูมิภาคนี้ เชื่อว่าตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วมาจนถึงรัฐบาลนี้ เรื่องสันติภาพชัดที่สุด อยู่ในหัวใจของพี่น้องประชาชนทุกคน และเราก็มาในทางที่ถูกต้องแล้ว
เจ้าอาวาส กล่าวตอบว่า การท่องเที่ยวใน 3 จังหวัดนี้มีพร้อม ทะเล ภูเขา ป่าไม้ ขออย่างเดียว การท่องเที่ยวจะฟื้น เมื่อเราเกิดความสงบ ปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน จึงฝากนายกฯ ทำอย่างไรให้เกิดความปลอดภัยกับชีวิตทรัพย์สิน
ส่วนเรื่องอาหาร 3 จังหวัดไม่แพง มีเยอะแยะ ข่าวว่านายกฯ จะรื้อฟื้นอาหารฮาลาล ก็เห็นด้วย อาหารทะเลต้องฟื้นตัว ทั้ง 3 จังหวัด ที่ปัตตานีเรามีการเกษตรน้อย ทำการประมงเป็นหลัก ถ้าประมงดี เศรษฐกิจก็ดี
ในเรื่องวัฒนธรรม ที่อ.ยะรัง อยากให้ฟื้นฟูลังกาสุกะ เป็นที่โบราณ เป็นสถานที่สำคัญ เป็นวัตถุโบราณ ถ้าได้รื้อฟื้น ญาติโยมก็จะมาดูวัดโบราณกันเยอะ รื้อฟื้นพัฒนาเพื่อเชิดหน้าชูตา จ.ปัตตานี เป็นมรดกทางวัฒนธรรมหรือเป็นมรดกโลกก็ว่าได้

ด้านนายกฯ กล่าวว่า เรื่องความสงบ มั่นใจฝ่ายความมั่นคงได้ดำเนินการควบคู่ไปกับเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ และมีความคืบหน้าในทิศทางที่เป็นบวกมากในระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมา
สำหรับเรื่องเศรษฐกิจตนน้อมรับไปทำต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยว วัฒนธรรม หรือการประมงที่เป็นหัวใจของพี่น้องชาว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรามีการแก้กฎหมาย ซึ่งพ.ร.บ.ประมงก็ได้เสนอเข้าสภาฯ ไปแล้ว รัฐบาลนี้ตระหนักดีและพยายามแก้ไขพัฒนา หวังว่าคงมีทิศทางบวกในเร็วๆ นี้
เรื่องของวัฒนธรรมต่างๆ จากการไปปัตตานี มีหลายๆ อย่างเริ่มจะสูญเสีย เช่น ทองเหลือง คนที่มีความเชี่ยวชาญเริ่มอายุมาก จึงสั่งการให้กระทรวงวัฒนธรรมและฟื้นฟู เพื่อเสริมรายได้ให้กับประชาชน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงงาน ก็ต้องให้มีแรงงานที่เพียงพอ หรือบางธุรกิจ ต้องการแหล่งเงินทุน ต้องให้สถาบันการเงินเข้ามาอุดหนุนเสริมศักยภาพให้ได้ เพราะหากมีโอกาสแล้วไม่มีแรงเงินทุนก็ไม่สามารถทำได้

ตนเดินทางไปต่างประเทศเยอะ ไปเปิดตลาดค้าขายในต่างประเทศ และมีความสัมพันธ์ที่กับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย รวมถึงกษัตริย์บรูไน ทุกท่านอย่างพัฒนาเรื่องอาหารและทำให้เราเป็นครัวโลก ทำให้มีความมั่นคงทางอาหาร และส่งอาหารไปขายทั่วโลกได้ ทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ที่สูงขึ้น และมีรายได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี รับปากจะดูเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่อ.เบตง ว่าต้องให้มีความสมดุลระหว่างความเจริญกับธรรมชาติ

ก่อนเดินทางกลับ พระสุนทรปริญัติวิธาน เจ้าอาวาสวัดช้างให้ ได้มอบรูปเหมือนหลวงปู่ทวด ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว 2566 พร้อมพระผงหลวงปู่ทวดปี 2551 รุ่นบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์ ให้กับนายกฯ
จากนั้น นายกฯ พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานปัตตานี ไปยังท่าอากาศยานเบตง จ.ยะลา เพื่อปฏิบัติภารกิจในช่วงบ่าย อย่างไรก็ตามวันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ได้เดินทางมารอรับนายกฯ ที่วัดช้างให้ด้วย