เศรษฐา ย้ำเห็นโอกาส ชี้เป็นนายกฯ ที่มาค้างคืน 3 จว.ชายแดนใต้ในรอบ 10 ปี ลั่นรัฐบาลพร้อมเป็นตัวเชื่อมระหว่างประชาชนทุกพื้นที่ ปัดตอบยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน โยนฝ่ายความมั่นคงพิจารณา

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 28 ก.พ.2567 ที่สวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง จ.ยะลา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ปัตตานีและยะลา ว่า ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาทำภารกิจไปเยอะ ตนมาค้นพบสิ่งซ่อนเร้นที่มีค่า และดูเรื่องโอกาสศักยภาพที่จะต่อยอดได้ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ วัฒนธรรม ท้องถิ่น เน้นการสร้างโอกาสและความเสมอภาค เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

“จริงๆ แล้วผมมาที่นี่มาดูเรื่องโอกาส ไม่อยากพูดถึงเรื่องปัญหา แต่เราเห็นโอกาสเยอะแล้ว จริงๆ ปัญหาส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในอดีต คือความห่างเหินระหว่างประชาชนกับข้าราชการ ซึ่งอาจจะไม่เข้าใจกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้ให้งบประมาณ เรื่องงบที่นี่เยอะ แม้จะใส่งบไปแล้ว มีโครงการไปแล้ว แต่การใส่เงินลงไปไม่สำคัญเท่าการใส่ใจ การที่ผมลงมาที่นี่ด้วยตัวเองและมาค้าง 2 คืนถือเป็นนายกฯ ในรอบ 10 ปีที่ไม่ได้มาค้างที่นี่ ถือเป็นการแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าเราจะนำความเสมอภาคความเท่าเทียมและโอกาส มาสู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้รัฐบาลพร้อมเป็นตัวเชื่อมระหว่างประชาชนกับประชาชนในทุกเขตทุกประเทศ เพื่อให้เราลืมความทุกข์ และอยากขอให้เราโฟกัสในเรื่องโอกาสจะดีกว่า เพราะตอนนี้กำลังเห็นโอกาสอีกเยอะ พรุ่งนี้ (29 ก.พ.) ไปจังหวัดนราธิวาส ก็คงได้เห็นโอกาสอีกเยอะ

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ยังมีปัญหาเรื่องความมั่นคงในพื้นที่ นายกฯ กล่าวว่า ความเป็นจริงฝ่ายความมั่นคงทำงานมาได้ด้วยดีตลอดเวลา อย่างปีที่ผ่านมาปัญหาก็น้อยลงไปอย่างมาก ไม่มีใครอยากให้มีปัญหา วันนี้เราต้องพูดถึงโอกาสมากกว่า

ถ้าเกิดเราลืมเรื่องความไม่มั่นคง หรือการทะเลาะเบาะแว้ง แล้วมาพูดเรื่องของโอกาส เชื่อว่าทุกคนก็อยากมีโอกาส อยากมีเงินในกระเป๋า ถ้าเศรษฐกิจดี มีความเสมอภาคเท่าเทียม ได้รับการศึกษาที่ถูกต้อง ได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมของทุกคนที่เป็นคนไทย ตนเชื่อว่าปัญหาต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น

เมื่อถามถึงการพูดคุยสันติภาพ ที่ริเริ่มในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งวันนี้จะครบรอบ 11 ปี รัฐบาลนี้จะต่อยอดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอนว่าต้องดำเนินการต่อ แต่ในการพูดคุยกัน อยากให้พูดคุยเรื่องของโอกาส เรื่องของอนาคตที่ดีที่รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อถามย้ำว่าการพูดคุยจะไม่ล้มใช่หรือไม่ นายกฯ ยืนยันว่าจะไม่ล้มแน่นอน

เมื่อถามว่าในอนาคตเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องฝ่ายความมั่นคงที่จะพูดคุยกัน การลงมาครั้งนี้ไม่อยากพูดถึงความขัดแย้งความไม่มั่นคง เราขอพูดถึงเรื่องโอกาสและศักยภาพดีกว่า เชื่อว่าทุกคนรักและอยากทำให้ประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ได้รับสิทธิเท่าเทียมกับเรา จึงอยากให้โฟกัสเรื่องนี้มากกว่า

เมื่อถามถึงนโยบายสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ตนพูดมาทุกเรื่องคือการสนับสนุนด้านเหล่านี้ และไม่ใช่เราแค่ประเทศเดียว เราได้รับความร่วมมือที่ดีจากนายกฯมาเลเซีย ความจริงลงพื้นที่ครั้งนี้ตนเชิญท่านมาร่วมลงพื้นที่ แต่ท่านติดภารกิจเดินทางไปประชุมอาเซียน-ออสเตรเลียก่อน ขณะนี้อยู่นะหว่างหารือทวิภาคีกับนายกฯกัมพูชาอยู่ ซึ่งนายกฯกัมพูชาได้ส่งรูปมา ยืนยันว่านายกฯมาเลเซียไม่ได้เบี้ยวตน

เมื่อถามว่ามีโอกาสที่นายกฯมาเลเซียมาร่วมลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ปีหน้าจะนัดมา และจะเปลี่ยนไปเมืองต่างๆ ด้วย เชื่อว่าท่านไม่รังเกียจและยินดีร่วมพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ให้มันดี ทั้งตอนเหนือของมาเลเซียและตอนใต้ของไทย ซึ่งความจริงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชนมันดีเยี่ยมอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงสนามบินเบตงมีสิทธิ์พัฒนากลับมาใช้ใหม่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเห็นใจภาคเอกชนเช่นกันเพราะเป็นเรื่องเชิงพาณิชย์ ต้องมีเรื่องผลกำไร หรืออย่างน้อยต้องไม่ขาดทุน หรือขาดทุนน้อย หากอยู่ดีๆ เราไปบังคับให้เอกชนมาให้บริการ ต้องนึกถึงใจเขาใจเราด้วย แต่ถ้าเกิดมีดีมานด์เข้ามา สามารถพาคนเข้ามาได้ เขาก็เข้ามาเอง

อย่างการบินไทยเองก็อยู่ในสภาพที่รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่หากปลายปีนี้ กระทรวงการคลังสามารถเข้าไปถือหุ้นใหญ่ก็อาจจะมีนโยบายดูว่าจะเข้าไปสนับสนุนตรงนี้ได้หรือไม่

“เราไม่อยากบังคับใคร เราอยากให้เป็นไปตามกลไกลการตลาดมากกว่า และมีหลายอย่างที่เราต้องคำนึงถึง ไม่ต้องห่วง ถ้ามีดีมานด์ ผมคุยหมดทุกอย่าง เช่นเดียวกับสนามบินที่ปัตตานี ยะลา ก็อาจจะคุยกับกองทัพได้ ทั้งกองทัพอากาศและกองทัพบก เรื่องความมั่นคงก็สำคัญ แต่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจก็ต้องส่งเสริมให้มีความมั่นคงทางทหารด้วย หากเอื้อประโยชน์กันได้ พูดคุยกันได้อย่างตรงไปตรงมา กับผู้นำเหล่าทัพทุกคน ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ดี มันจะมีเรื่องเศรษฐกิจและการค้าด้วย ผมเชื่อว่าถ้าท่านมีส่วนพัฒนาการบินพาณิชย์ได้ มีการแชร์ทรัพยากร ก็เชื่อว่าทุกท่านอยากมีส่วนร่วม”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน