เต้ มงคลกิตติ์ บุก บช.ก. จี้คดี ‘พิธา’ กับพวก รวม 10 คน เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ชี้โทษหนักถึงประหาร ย้ำคดีนี้ต้องทำให้เป็นเยี่ยงอย่าง
วันที่ 4 มี.ค.2567 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีพรรคก้าวไกล ล้มล้างการปกครอง เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา ฉบับเต็มรวม 32 หน้า มามอบให้กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ประกอบการพิจารณาดำเนินคดีอาญา กับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และผู้บริหารพรรคก้าวไกล รวมกว่า 10 ราย
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ก้าวไกลเข้าข่ายการล้มล้างการปกครอง ตนจึงได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยัง พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุวิมล ผบ.ตร. ให้ดำเนินคดี กับนายพิธา และ พวกตามกฎหมาย
หลังยื่นคำร้องดังกล่าว ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งมายัง บช.ก. ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งวันนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม เจ้าของสำนวนคดีนี้ ได้นัดให้ตนนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม มามอบให้กับพนักงานสอบสวนในฐานะเป็นผู้ร้อง
ตนมองว่าคดีนี้ต้องทำให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพื่อไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีกในอนาคต เพราะการใช้นโยบาย หาเสียงของพรรคก้าวไกล ก่อให้เกิดความขัดแย้ง และ พยายามให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในระบบการปกครองประเทศ ที่สำคัญมีการบั่นทอนความมั่นคงของสถาบัน
โดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว มีความชัดเจนว่าการกระทำของนายพิธาและพรรคก้าวไกลเป็นความผิดร้ายแรง แต่เป็นความผิดเฉพาะบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค ดังนั้น พนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย
“เชื่อว่า หากพนักงานสอบสวนดำเนินคดี จะมีผู้ถูกออกหมายจับ อาจต้องโทษถึงประหารชีวิตถึง 10 ราย และจำคุกตลอดชีวิตอีกหลายคน” นายมงคลกิตติ์ กล่าว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้ทำการสอบปากคำผู้ร้อง ก่อนนำประกอบการพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป