ก้าวไกล เล็งขยี้ปมพักโทษ “ทักษิณ” ในเวทีซักฟอกรัฐบาล ยัน ไม่ลดความเข้มข้น แม้อภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ โว ฝ่ายค้านจี้ถามกระทู้สด ทำยอดรมต.ตอบกระเตื้องขึ้น

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2567 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ว่า ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เราได้ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน และมีมติร่วมกันว่า จะยื่นอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติอย่างเป็นทางการในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ โดยเวลาในการอภิปรายจะอยู่ที่ 2-3 วัน ในช่วงวันที่ 3-5 เม.ย.

พรรคก้าวไกลมีความพร้อมแน่นอนในการอภิปรายครั้งนี้ ซึ่งการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติอยู่ในแผนที่เราเตรียมไว้ในช่วงต้นปีอยู่แล้ว แม้เราจะเพิ่งยื่นญัตติขออภิปรายในสัปดาห์นี้ แต่เรามีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ม.ค.

ตามที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้แถลงแผนการทำงานปี 67 มั่นใจได้ว่าข้อมูลและประเด็นที่เราติดตามพร้อมในการอภิปรายแน่นอน

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ธีมหลักในการอภิปรายของเรา คือการตรวจการบ้านรัฐบาลหลังจากทำงานมาแล้ว 6-7 เดือน ว่าได้ผลักดันนโยบายสำเร็จตามที่แถลงต่อรัฐสภาหรือไม่ ซึ่งเราจะเห็นว่าหลายนโยบายเรือธงของรัฐบาลไม่มีความคืบหน้ามากนัก ทั้งนี้ เราให้ความสำคัญกับทุกเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐบาล ที่อาจจะยังบริหารไม่ตอบโจทย์หรือมีความบกพร่อง

ซึ่งเราไม่ได้มุ่งเน้นที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะ เราพร้อมอภิปรายในทุกประเด็นที่สำคัญ ส่วนพรรคจะพูดในประเด็นใดบ้างและกรอบเวลาที่จะใช้อภิปรายนั้น ต้องรอความชัดเจนจากพรรคอีกครั้ง เพราะยังอยู่ในกระบวนการคัดเลือก สส. ที่จะมาอภิปราย

เมื่อถามว่าจะอภิปรายกระบวนการยุติธรรมของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องกระบวนการยุติธรรมก็เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ และเราก็เห็นว่ามีการตั้งคำถามกับการดำเนินการของรัฐบาลอยู่ ตนคิดว่าเรื่องกระบวนการยุติธรรมก็เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่อยู่ในการอภิปราย

“แม้ในครั้งนี้จะเป็นการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ แต่พรรคก้าวไกลก็เต็มที่ในการอภิปรายแน่นอน ซึ่งความเข้มข้นในการอภิปราย แม้จะเป็นแบบลงมติและไม่ลงมติ ที่ผ่านมาเราก็อภิปรายเข้มข้นในระดับเท่ากัน ไม่ต้องกังวลใจถึงความเข้มข้นในการอภิปราย เราจะรักษามาตรฐานตามที่พรรคเคยทำไว้” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนอยากเชิญชวนให้มองกว้างกว่านั้นว่า การอภิปรายทั่วไปเป็นเพียงแค่อาวุธประเภทหนึ่งที่ฝ่ายค้านใช้ในการตรวจสอบรัฐบาล มีอีกหลายอาวุธที่พรรคก้าวไกลพยายามจะใช้อย่างต่อเนื่อง เช่น การตั้งกระทู้สด ซึ่งจะเห็นได้ว่าในช่วงหลังจากที่มีประเด็นรัฐมนตรีไม่เดินทางมาตอบกระทู้สด เป็นที่สนใจต่อสาธารณะมากขึ้น

หากเทียบในสัปดาห์ล่าสุดและสัปดาห์ก่อนหน้าที่จะมีประเด็น เราจะเห็นอัตราของรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้สูงขึ้น และอีกกลไกหนึ่งที่ถือว่าเป็นมิติใหม่ของการทำงานสภาฯ คือการที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคก้าวไกล เสนอกฎหมาย 50 กว่าฉบับ และเตรียมเสนออีกหลายฉบับ

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้น คือ จะมีกฎหมายที่ถูกเสนอโดยพรรคร่วมฝ่ายค้านและพรรคก้าวไกล เข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ แทบจะทุกสัปดาห์ ก็จะเป็นการบีบให้รัฐบาลให้ความสำคัญ หรือแม้กระทั่งรัฐบาลต้องมีร่างกฎหมายหรือมีคำตอบของตนเองต่อประเด็นที่ถูกตั้งโดยฝ่ายค้าน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน