ชาวสวนเฮ! “ภูมิธรรม” ลุยจันทบุรี เซ็น MOU ขายทุเรียน-มังคุด ส่งออกจีน ล่วงหน้า 20,000 ตัน มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ฝากเกษตรกร ทำทุเรียนคุณภาพ
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 มี.ค. 2567 ที่สมาคมนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรไทย-จีน จ.จันทบุรี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลง MOU ระหว่างสมาคมนำเข้า-ส่งออก สินค้าเกษตรไทย-จีน กับสมาคมผู้นำเข้าผลไม้จากประเทศจีน เพื่อเป็นการหาตลาดผลไม้ล่วงหน้า ดึงให้ราคาดี และสร้างความเชื่อมั่นในผลไม้คุณภาพของไทยที่จะส่งออกไปตลาดโลก

นายภูมิธรรม ได้ชิมทุเรียนหมอนทองแช่แข็งที่นำไปจำหน่ายที่ประเทศจีน และชมว่ามีรสชาติดี พร้อมเดินเยี่ยมชมกระบวนการผลิต การแปรรูปทุเรียนแช่แข็ง จากนั้นเดินทางไปที่ตลาดทุเรียนจันท์ ซึ่งเป็นตลาดขายผลไม้ของจันทบุรีด้วย
โดยนายภูมิธรรม กล่าวว่า ตั้งแต่สมัยเด็กตนได้ยินชื่อทุเรียนจันทบุรีมาตลอด ได้ชิมก็ยังประทับใจมาจนถึงวันนี้ พูดถึงจ.จันทบุรี ตนนึกถึง 2 อย่าง 1.ผลไม้นานาชนิด โดยเฉพาะทุเรียน และ 2.อัญมณี พลอยที่ขึ้นชื่อ เป็นที่รู้จักของคนทั้งโลก ตนไปเมืองจีนมาหลายครั้ง ชาวจีนต่างชื่นชมทุเรียนไทย จ.จันทบุรีถือเป็นมหานครแห่งผลไม้และอัญมณี

นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้มีการทำ MOU ขายทุเรียนและมังคุด ระหว่าง บริษัท เคเอเอฟ อิมพอร์ต แอนด์ เอ็กซ์พอร์ต จำกัด กับสมาคมนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรไทย-จีน ปริมาณ 20,000 ตัน มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท (ช่วง เม.ย.- มิ.ย.2567) และสมาคมนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรไทย-จีน กับบริษัท ซี ซี ไอ ซี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้การรับรองคุณภาพมาตรฐานเป็นการตรวจสอบย้อนกลับคุณภาพทุเรียนได้
ซึ่งที่ จ.จันทบุรี มีล้งผลไม้เยอะเกือบ 80% ของประเทศอยู่ที่นี่ มีสมาคมฯ เป็นศูนย์กลางช่วยทำการค้าขายผลไม้ ช่วยรักษาระดับราคาให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร ตนคิดว่าทุเรียนไทยมีคุณภาพและมีศักยภาพที่สุด มีความพร้อมส่งออก และเรามีการปรับปรุงคุณภาพ มีการแช่แข็งให้ส่งให้ถึงมือผู้บริโภคชาวต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา ให้เกิดความสะดวกทางการค้า เราเจรจากับด่านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ตนได้พบท่านทูตจีน ขอให้อำนวยความสะดวกผลไม้ไทยมากขึ้น หลังจากนี้ ตนจะไปดูด่านโม่ฮาน และด่านโหย่วอี้กวาน ซึ่งเป็นด่านที่มีความสำคัญในการส่งออกผลไม้ เพื่อช่วยเจรจาให้ผู้นำเข้าให้ทุเรียนของเราสามารถส่งออกได้
ซึ่งในปี 2566 ที่ผ่านมา ประเทศไทย ส่งออกผลไม้สด แช่แข็ง และผลไม้แห้ง คิดเป็นมูลค่า 238,000 ล้านบาท เป็นการส่งออกทุเรียน ประมาณ 141,000 ล้านบาท และมังคุด 17,000 ล้านบาท ซึ่งผลไม้ทั้งสองชนิดนี้เป็นผลไม้ที่สำคัญของ จ.จันทบุรี มีตลาดหลักอยู่ที่ประเทศจีน กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญและสนับสนุนชาวจันทบุรีอย่างเต็มที่ เพราะเป็นจุดหลักในการนำส่งออกผลไม้สู่ต่างประเทศ

นายภูมิธรรม กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายสำคัญในการส่งเสริมสินค้าผลไม้ จัดให้มีงานจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้นำเข้าและผู้ส่งออก ซึ่งตลาดจีนเป็นตลาดหลักของผลไม้ไทย เรามีสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศที่จีนถึง 9 แห่ง โดยตั้งอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ 7 แห่ง คือ เซี่ยงไฮ้ กวางโจว ชิงต่าว เซี่ยเหมิน หนานหนิง เฉิงตู และคุนหมิง
นอกจีนแผ่นดินใหญ่ 2 แห่ง คือ ที่ฮ่องกง และไต้หวัน โดยจะเป็นผู้ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าระหว่างไทยและจีน รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคสินค้าไทยในประเทศจีน

“เราเห็นเอกชนเป็นทัพหน้า จะสนับสนุนให้ท่านทำหน้าที่นำเข้า-ส่งออกให้ดีที่สุด นายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่า เราจะเป็นกองหลัง เป็นรัฐที่สนับสนุนอำนวยความสะดวกทางการค้า ถ้ามีกฎระเบียบหรืออุปสรรคขัดขวาง รัฐจะมีหน้าที่ช่วยเหลือแก้ไข อะไรที่ทำได้เลยเราจะทำทันที
ซึ่งผมได้ให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด ช่วยประสานงานแก้ไขปัญหาทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอฝากชาวสวนรักษาคุณภาพผลผลิต ทุเรียนอ่อนไม่นำไปขาย ทำผลไม้คุณภาพ ขอให้ผู้นำเข้า-ส่งออก ร่วมมือกันไม่แย่งชิงกันทำราคาตก” นายภูมิธรรม กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า สำหรับสถานการณ์ผลผลิตผลไม้ จ.จันทบุรี ปี 2567 คาดว่าทุเรียนจะมีผลผลิต 561,905 ตัน เพิ่มขึ้น 4.35% มังคุด 93,736 ตัน เพิ่มขึ้น 12.36% เงาะ 55,442 ตัน ลดลง 0.59% ลองกอง 5,308 ตัน เพิ่มขึ้น 3.41% ผลผลิตรวม 716,421 ตัน เพิ่มขึ้น 4.92%
ซึ่ง จ.จันทบุรี มีล้งที่ผ่านมาตรฐาน GMP จำนวน 827 ล้ง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2567 ในการทำผลไม้คุณภาพและหาตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อระบายผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน