งบ 67 ผ่านฉลุย สว.อภิปรายจืด ด้าน “อนุทิน” ขอบคุณ ขอให้มั่นใจนำงบไปใช้ตามวัตถุประสงค์โปร่งใส สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ประชาชน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 มี.ค. 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงินงบประมาณ 3.48 ล้านล้านบาท มีการปรับลดกว่า 9 พันล้านบาท ตามที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว และพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ของวุฒิสภา
นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สว. อภิปรายว่า การแก้ปัญหาพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน ควรหาแหล่งน้ำขนาดเล็กให้เกษตรกรใช้ได้ตลอดทั้งปี เพื่ออุปโภค บริโภค โดยการทำฝายแกนดินซีเมนต์ในลำน้ำหลัก ลำน้ำรอง ลำน้ำสาขา ลำห้วย เส้นทางน้ำย่อยๆ
ที่ผ่านมาเริ่มทำมาปี 2558 เป็นเวลา 10 ปี แต่มีสส.ก้าวไกล และสส.ประชาธิปัตย์ เสนอให้ตัดงบประมาณรายจ่ายปี 2567 กรณีอปท. เสนองบประมาณ 1,254 ล้านบาท เพื่อทำฝายแกนดินซีเมนต์ทิ้งทั้งหมด
นายสังศิต กล่าวต่อว่า ข้อมูลที่ฝ่ายค้านเสนอเป็นข้อเท็จทั้งหมด ไม่มีความจริง ภาพที่นำมาแสดงไม่เกี่ยวกับฝายแกนดินซีเมนต์ แต่เป็นฝายชาวบ้านที่ทำจากดินผสมซีเมนต์ แตกต่างจากฝายแกนดินซีเมนต์ที่ใช้หลักวิชาการ จะไม่พังเวลาน้ำมา เพราะมีแกนฝังลึกลงไปในซีเมนต์เป็น 2 เท่าของฝาย ไม่มีวันพัง
จึงไม่เป็นไปตามข้อกล่าวหาสร้างโดยไม่มีหลักวิชาการ รับรองมีความทนทานเกิน 2 ปี กักเก็บน้ำได้มาก เช่น ฝายที่ดอยผีจ.แพร่ ตัวเดียวทำมา 2 ปี ให้น้ำแก่พื้นที่ 60,000 ไร่
ข้อมูลฝ่ายค้านโกหก น่าละอายที่สุด เงิน 1,254 ล้านบาท ถ้านำไปสร้างฝายขนาดเล็กใช้งบ 4 แสนบาท ได้ฝาย 3,158 ตัว ฝาย 1 ตัวจะเกิดประโยชน์ 70 ครัวเรือน คิดเป็นต้นทุนต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,714 บาท แต่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 57,441 กว่าบาท ถ้าฝายมีอายุ 10 ปี ทำให้เกษตรกรมีรายได้ 570,000 บาท นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องการลืมตาอ้าปาก
“สิ่งที่สงสัยคือ สส.ก้าวไกลและประชาธิปัตย์ไม่อยากเห็นประชาชนมีโอกาส การไปตัดงบเพราะไม่อยากให้ชาวบ้านพึ่งตัวเองได้ อยากถามว่ามีผลประโยชน์อื่นแอบแฝงหรือไม่ ฝากจดจำชื่อสส.และชื่อพรรคไว้ว่า ใครมาโฆษณาหาเสียง แต่พอถึงเวลาที่ท่านจะมีโอกาส เขากลับทำลายโอกาส ความหวัง ก็ไม่ต้องไปเลือกบุคคลและพรรคการเมืองนั้น” นายสังศิต กล่าว
กระทั่งเวลา 16.10 น. หลังสมาชิกอภิปรายเสนอแนะในการใช้จ่ายงบประมาณอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แลนด์บริดจ์ โครงการฝายปูนซีเมนต์ โดยบรรยากาศการอภิปรายเป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่ได้ดุเดือดเหมือนการอภิปรายของ สส. เมื่อวันที่ 20-22 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมวุฒิสภา ลงมติเห็นชอบ 186 ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 2 เสียง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้รับมอบหมายจากนายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาที่ให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบฯ 67 ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาต่างๆ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน ยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน
ควบคู่ไปกับการรักษาสภาพแวดล้อม เพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าตามนโยบายของรัฐบาลในการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับข้อคิดเห็น คำแนะนำ ความห่วงใย ที่สว.ได้เสนอแนะไว้ตลอดระยะเวลาการประชุม รัฐบาลขอน้อมรับไว้ด้วยความขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง และจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้เงินงบประมาณ
นอกจากนี้ขอขอบคุณกมธ.วิสามัญฯ ทุกท่านที่ได้ให้ความสำคัญเสียสละเวลาและความร่วมมือ ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ อย่างเต็มที่ จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี รวมทั้งข้อสังเกตของกมธ.วิสามัญฯ จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน โดยรัฐบาลจะนำไปประกอบการพิจารณากำหนดแนวทางการจัดทำงบประมาณ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณมีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
“ผมขอให้ความมั่นใจว่านโยบาย มาตรการ และงบประมาณที่ได้ผ่านการพิจารณาในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ และแผนงานที่กำหนด โดยรัฐบาลจะกำกับดูแลเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวมีความโปร่งใส และบรรลุผลสำเร็จตามนโยบายที่ได้กำหนดไว้ รวมทั้งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดตามความมุ่งหวังของทุกคน ขอให้พี่น้องสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาสนับสนุนรัฐบาลเช่นนี้ต่อๆ ไป” นายอนุทิน กล่าว
จากนั้นนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประะธานวุฒิสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 16.20 น. โดยหลังจากนี้สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นำร่างพ.ร.บ.งบฯ ส่งให้รัฐบาล เพื่อทูลเกล้าฯ ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป