‘นายกฯ’ ลั่น ดันราคายางให้สูงขึ้นอีก เข้มสกัดยางเถื่อน ยัน ดูแลความเป็นอยู่ชาวใต้ ไม่ใช่แค่เรื่องท่องเที่ยว ด้าน ‘ประธานเกษตรกรเมืองคอน’ หนุนรัฐบาลมาถูกทาง
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 8 เม.ย. 2567 ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางฉลอง จ.นครศรีธรรมราช นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เดินทางมาดูโรงรมยาง เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนกระบวนการรับน้ำยาง ซึ่งรับมาจากเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ เพื่อแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน
ด้านประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางฉลองฯ รายงานกระบวนการรับซื้อน้ำยางจากเกษตรกรของสหกรณ์มาแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน โดยนายกฯ ได้ดูกระบวนการเทน้ำยาที่รับซื้อจากเกษตรกรสวนยาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิต ก่อนที่จะออกมาเป็นยางแผ่นรมควัน
จากนั้น นายกฯ สอบถามประธานสหกรณ์กองทุนฯ ว่า ราคายางกิโลกรัมละเท่าไหร่ โดยประธานสหกรณ์กองทุนฯ ตอบว่ากิโลกรัมละ 85 บาท และราคายางไม่สมควรจะน้อยกว่านี้ ถ้าน้อยกว่านี้จะหันไปปลูกทุเรียน ปลูกปาล์มแทน ราคายางเท่านี้อยู่ได้พี่น้องพอใจ เมื่อก่อน 3 กิโลกรัม 100 บาท
นอกจากนี้ นายกฯ ยังสอบถามว่าต้นทุนการผลิตเท่าไหร่ โดยประธานสหกรณ์กองทุนฯ ตอบว่า ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 7 บาท
จากนั้น นายกฯ หารือประเด็นยางพาราและผลผลิตทางการเกษตร และพบปะกับเกษตรกรชาวสวนยาง โดยนายบรรจงกิจ บุญโชติ ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรระดับจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวขอบคุณนายกฯ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยกันผลักดันราคายางพาราให้สูงมากกว่า 90 บาทต่อกิโลกรัม
นายบรรจงกิจ กล่าวต่อว่า เกษตรกรหมดหนี้หมดสินก็เพราะรัฐบาลนี้ที่ทำมาถูกทาง ก็ขอให้สู้ต่อไป อย่าไปฟังประเภทรถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ ที่ขี่ไม่ได้แล้ว สตาร์ทมาก็รู้ว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ แต่ขี่ไม่ได้แล้ว ขอรัฐบาลจงเดินหน้าต่อ
ซึ่งในจังหวะนี้ทำให้นายกฯ และคณะถึงกับยิ้มและหัวเราะ ก่อนที่นายกฯ จะรับฟังข้อเสนอจากตัวแทนเกษตรกรที่ขอให้ต่อสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน ที่หมดอายุไปตั้งแต่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา และขอให้แก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน
โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มาดูขั้นตอนการผลิตยาง ดีใจที่ได้มา เพราะตั้งใจจะมาอยู่แล้ว วันนี้เมื่อราคายางดีแล้วก็มาฟังความคิดเห็นว่าจะทำอย่างไรให้ดีอย่างต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลเรามีความตั้งใจจริงที่จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องชาวใต้ทุกคน ไม่ใช่แค่ในมิติของการท่องเที่ยวอย่างเดียว
เรื่องของชีวิตความเป็นอยู่เกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำมันปาล์มหรือเรื่องยางพารา เราเป็นประเทศมหาอำนาจของยางพารา คุมการผลิต 30% ของยางพาราทั่วโลก ฉะนั้น เรื่องของยางเถื่อนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่ไปสั่งการหรือห้ามนำเข้ายางเถื่อน แต่มีอีกหลายมิติที่รัฐบาลจะต้องช่วยกันทำ
ไม่ใช่แค่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเดียว หรือกระทรวงการคลัง โดยกรมศุลกากรเป็นผู้ควบคุมการนำเข้า หรือเป็นฝ่ายความมั่นคงที่ทหารมีส่วนช่วยในการสกัดยางเถื่อนที่จะเข้ามา ซึ่งในช่วงเดือนที่ผ่านมา รถบรรทุกประมาณ 150 คันจะเข้ามาทางด่านสังขะบุรี จ.กาญจนบุรี พอเข้ามาไม่ได้ก็ไปที่อ.แม่สอด จ.ตาก และหมุนไปเรื่อยๆ
“หากเราสามารถส่งสัญญาณไปยังทั่วโลกว่าไม่มียางเถื่อนเข้ามา ก็จะเป็นการให้ความมั่นใจว่าจะมีซัพพลายในตลาดน้อยลง และแน่นอนว่าราคายางจะขึ้น แต่คนที่ยังทำผิดก็ยังมีอยู่ ฉะนั้น เราก็ต้องทำงานกันอย่างเข้มงวด และจะพยายามทำให้ราคายางดีขึ้นต่อไป” นายเศรษฐา กล่าว