“เศรษฐา” สั่งเข้ม กวดขันนักท่องเที่ยวภูเก็ต ทำผิดกฎหมาย ลั่น รัฐบาลลงทุนเป็นแสนล้าน อย่าให้สูญเปล่า ชี้ยกระดับพื้นที่เขตศก.พิเศษ ต้องไม่กระทบท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 19 เม.ย. 2567 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จ.ภูเก็ต นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะ เดินทางมามอบนโยบายแก่ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8

โดยนายเศรษฐา ได้รับฟังรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ โดยเรื่องแรกเป็นเรื่องที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีจำนวน 17,730 นาย และมีที่พักอาศัย 8,500 ห้อง ซึ่งได้รับปีงบประมาณปี 2567-2568 มาปรับปรุงที่อยู่อาศัย ซึ่งนายกฯ เน้นย้ำว่า ต้องการให้ใช้โมเดลที่พักข้าราชการตำรวจ ตามที่ได้สั่งการไปในพื้นที่กรุงเทพฯ มาใช้กับพื้นที่จ.ภูเก็ตด้วย

ขณะที่การดำเนินการกวดขันจับกุมชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย ปัจจุบันมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในพื้นที่จ.ภูเก็ต ราว 1 ล้าน 4 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นสัญชาติรัสเซียมากที่สุด ซึ่งพบผู้กระทำผิดที่เป็นชาวต่างชาติและมีการดำเนินคดีเพิกถอนการอยู่ต่อตั้งแต่ 1 ต.ค. 2566 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 98 ราย พบเป็นชาวจีนและเมียนมา

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ศปปธ.) พร้อมกับตรวจสอบข้อมูลบริษัท มีชาวต่างชาติถือหุ้นในจ.ภูเก็ต จำนวน 10,291 บริษัท โดยมีบริษัทที่มีลักษณะต้องสงสัย มีพิรุธ มีการจดทะเบียนหลายบริษัทในที่ตั้งเดียวกัน จำนวน 169 เป้าหมาย

รวมถึงยังมีการรายงานสถานการณ์การลักลอบนำเข้ายางพาราเข้าประเทศ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2566 – 31 มี.ค. 2567 กว่า 67,445 กิโลกรัม และปาล์มน้ำมัน 8,180 กิโลกรัม การจับกุมกวาดล้างแก๊งเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และกลุ่มนายทุนหนุนหลังในพื้นที่ชายแดน จ.ระนอง

นายเศรษฐา กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ตนลงมาภูเก็ตเป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่เป็นนายกฯ การพัฒนาภูเก็ตเป็นความสำคัญต้นๆ ของรัฐบาล เพราะเราต้องพัฒนาการท่องเที่ยว และเมื่อมีความมั่งคั่ง ถ้าไม่มีความมั่นคง ความมั่งคั่งก็จะพังทลาย

ซึ่งปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาเรื้อรัง 6 เดือนที่ผ่านมามีการจับยาเยอะมาก แต่ปัญหายาบ้าไม่ลดลง ที่ตั้ง KPI มาถือว่าต่ำไปเยอะ ต้องจัดการให้มากกว่านี้ ที่มีการจับกุมมาคือรายเล็ก ทำไมไม่จับรายใหญ่

ส่วนการพนันออนไลน์ประชาชนเดือดร้อน ตัวเลขจับกุมยังน้อยอยู่ ขอให้เร่งดำเนินการจับกุมต่อไป หนี้นอกระบบก็เป็นปัญหาเรื้อรังเป็นมะเร็งร้ายของสังคม เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ อยากให้ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครอง จัดตลาดนัดแก้หนี้ อย่าให้มีการข่มขู่ลูกหนี้

ซึ่งกระทรวงการคลังที่ตนเป็นรัฐมนตรีอยู่จะเข้ามาช่วยดูแลเกี่ยวกับกระแสเงินสด ที่กล่าวมาเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ถ้าจบการสัมมนาวันนี้แล้ว ขอให้ไปสุมหัวกันแล้วช่วยกันคิดว่า ทำให้แข็งแรงขึ้นอย่างไร ขณะที่เรื่องยางพาราก็เป็นเรื่องสำคัญ ชายแดนไทยติดพม่า 2,000 กว่ากิโลเมตร ด่านใหญ่สามารถสกัดอยู่ เขาจึงลักลอบนำเข้ายางเถื่อนตามตะเข็บชายแดน จึงขอให้เข้มแข็งขึ้น

นายเศรษฐา กล่าวว่า สำหรับการป้องกันการกระทำผิดของชาวต่างชาติก็เป็นเรื่องสำคัญ มีเครือข่ายด้านธุรกิจทำตัวนอกเหนือกฎหมาย ขอให้เข้าใจว่ารัฐบาลลงทุนที่ภูเก็ตเป็นแสนล้าน แต่ถ้ามีการกระทำที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นกรณีเดียวจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาทำมาหากินอย่างไม่ถูกต้อง ที่ลงทุนจะพังพินาศได้ ขอให้ช่วยกันดูให้ดี เพราะเราลงทุนไปสูง ไม่อยากให้น้ำผึ้งหยดเดียวเป็นปัญหาให้เรื่องที่เราทำเสียหาย

ขอฝากผู้สมัคร สส.เป็นหูเป็นตา อย่าให้การลงทุนสูญเปล่า อย่างไรก็ตาม มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการก่อเหตุทะเลาะในสวนน้ำแห่งหนึ่งในภูเก็ตเข้ามา แต่เรื่องเงียบไม่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงปกปิดไม่มิด ใครที่เกี่ยวข้องไปเอาความจริงมาให้ได้ เพราะเรื่องไปอยู่ที่รัฐสภาแล้ว

“ต้องดูแลเป็นพิเศษอย่าจับแต่รายย่อย จับรายใหญ่ให้ได้ สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า ไทยมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้องเป็นธรรมเคร่งครัด” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การพัฒนา จ.ภูเก็ต มีเรื่องที่หนักใจ คือ การประกอบธุรกิจโรงแรมที่ผิดกฎหมาย เป็นความโชคไม่ดีของฝ่ายความมั่นคงที่เป็นปลายน้ำมาดูแลใบอนุญาตที่ไม่ถูกต้อง ดูแลเรื่องทางหนีไฟ ถ้าเกิดเหตุเดี๋ยวเป็นประเด็นอีก

สำหรับเรื่องการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำประปา จะเอาน้ำจากเขื่อนเชี่ยวหลานผ่าน จ.กระบี่ พังงา ให้มาใช้ที่ภูเก็ต ลดการขาดแคลนน้ำ

นายเศรษฐา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีนักท่องเที่ยวไม่มีใบขับขี่ แล้วใช้พาสปอร์ตเป็นหลักฐานการเช่ารถ เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมทำให้ไม่มีเอกสารยืนยันนั้น อาจจะถูกมองว่าเราเข้มเกินไปกลัวนักท่องเที่ยวไม่พอใจ แต่ยืนยันว่ากฎหมายต้องมาก่อน ไม่เช่นนั้นนักท่องเที่ยวก็จะไม่ทำตามกฎหมาย

“ถ้าเขาจะไม่มาเพราะเราเข้มข้นก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่มีคุณภาพ เราต้องการนักท่องเที่ยวที่เคารพกฎหมายของประเทศไทย” นายเศรษฐา กล่าว

จากนั้น นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวการร่วมเพศกลางทะเล ที่หาดป่าตอง จะดำเนินการอย่างไร ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของความเหมาะสม ต้องเคารพวัฒนธรรมอันดีของประเทศไทย หากทำผิดต้องสั่งลงโทษทันที ไม่มีข้อยกเว้น

เมื่อถามถึงการผลักดันให้ จ.ภูเก็ต เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษจะดำเนินการอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนยังไม่ได้หนังสือข้อเสนอดังกล่าว หากได้รับจะต้องพิจารณาว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษคืออะไร แต่ต้องดูว่าหากเป็นโรงงานอุตสาหกรรมอาจไม่เหมาะสม เพราะเราเน้นเรื่องการท่องเที่ยว หากการยกระดับ จ.ภูเก็ต ในธุรกิจที่ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวตนยินดี

เมื่อถามว่าหากจะยกเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเฉพาะด้านท่องเที่ยวจะสามารถทำได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ต้องยกระดับ เพราะเกาะภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว มีศักยภาพสูง ซึ่งเราจะยกระดับขึ้นไปอีก

นายเศรษฐา กล่าวต่อว่า ซึ่งการสร้างเศรษฐกิจพิเศษต้องไม่เป็นภัยกับการท่องเที่ยว ถ้าเป็นไปได้อาจต้องเป็นเศรษฐกิจพิเศษเชิงวัฒนธรรมประเพณี ซึ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมพื้นบ้านและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้

เมื่อถามถึงการนำน้ำมาจากเขื่อนเชี่ยวหลานจะดำเนินการได้เมื่อไหร่ เพราะขณะนี้ทาง จ.กระบี่ ก็มีปัญหาขาดแคลนน้ำ นายเศรษฐา กล่าวว่า โครงการนี้เพิ่งสั่งการไปในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาให้มีการศึกษา ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนในการศึกษา แล้วจะมีรายละเอียดที่ชัดเจน

“ยืนยันเรื่องนี้จะมีความคืบหน้าอย่างแน่นอน ไม่ต้องห่วง ถ้าเราจะยกระดับภูเก็ตโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งประปา ไฟฟ้า ถนน เราให้ความสำคัญ” นายเศรษฐา กล่าว

เมื่อถามถึงการแก้ไขปัญหาจราจรในจ.ภูเก็ต นายเศรษฐา กล่าวว่า ในส่วนของสะพานสารสิน อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทาง เพื่อให้เรือยอร์ชสามารถวิ่งรอบเกาะได้ ส่วนเรื่องของการคมนาคมในการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากตัวเมืองไปสนามบิน บางวันใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง จึงได้มีการสร้างทางคู่ขนาน ขุดอุโมงค์ สร้างทางเล็กๆ เพื่อระบายการจราจร มั่นใจว่าการจราจรที่ จ.ภูเก็ต ต้องดีขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน