พวงเพ็ชร แถลงบุกยึดบุหรี่ไฟฟ้า 1 หมื่นชิ้น จนท.เผยผลกระทบทำเซ็กซ์เสื่อม-โง่ถาวร ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ชี้ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าเฉพาะที่แต่งกลิ่น ตามที่บางพรรคเสนอไม่มีประโยชน์

เมื่อวันที่ 19 เม.ย.67 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการลงพื้นที่ตรวจจับการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ว่า เมื่อคืนเป็นการตรวจจับบุหรี่ไฟฟ้า โดยศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ.ที่ตนกับกำและดูแลอยู่ ได้สนธิกำลังกับ สน.วังทองหลาง และ สน.ลาดพร้าว ตามนโยบายเรื่องการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าของนายกรัฐมนตรี เพราะมีผลกระทบกับเยาวชนในปัจจุบันมาก

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า เมื่อคืนนี้จับกุมร้านค้าลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าได้ 5 ร้านค้า ใน ซ.รามคำแหง 53 จำนวน 1 ร้าน ใน ซ.รามคำแหง 65 (ซอยมหาดไทย) จำนวน 2 ร้าน ใน ซ.ลาดพร้าว 101 จำนวน 1 ร้าน และใน ซ.ลาดพร้าว 107 จำนวน 1 ร้าน ซึ่งมีของกลางที่ยึดได้ เป็นบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 22 กระสอบ ประมาณกว่า 10,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

ด้านนายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนก.ย. 66 เราลงไปปราบปรามทั้งหมด 23 ครั้ง เป็น 65 ร้านค้า มูลค่า 40 กว่าล้านบาท ซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ ประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่อง กำหนดให้บารากู่ และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้า ที่ต้องห้ามนำเข้ามาในประเทศ และพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มาตรา 4 เพราะน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคตินเป็นส่วนประกอบ หากสูบในพื้นที่ห้ามสูบตามกฎหมาย ตามมาตรา 67 จะมีฐานความผิดการห้ามสูบในที่สาธารณะ และคำสั่งของสคบ.ที่ 9/2558 เรื่องห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” แต่ก็ต้องมีการสืบสวนขยายผลต่อไปว่าเป็นการนำเข้ามาจากไหน และใครเป็นผู้นำเข้ามา ซึ่งสคบ.ก็ทำตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีพวงเพ็ชรอย่างเคร่งครัด และจะขยายผลต่อไป

ด้านนายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากข้อมูลที่สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทยได้เก็บรวบรวมพบว่า ร้านบุหรี่ไฟฟ้าจะอยู่ใกล้สถานศึกษาเป็นหลักอยู่ในรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตรจากโรงเรียน บางพื้นที่มีร้านบุหรี่ไฟฟ้าที่ใกล้กับโรงเรียนระดับชั้นประถม เพียง 130 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้ยังพบว่าตัวเลขของเยาวชนที่ติดบุหรี่ไฟฟ้าที่สถาบันยุวทัศน์ฯร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำรวจในปี 2566 พบว่าค่าเฉลี่ยไฟฟ้าของเยาวชนอยู่ที่ 25% เท่ากับว่า รวมถึงในพื้นที่กรุงเทพมหานครติดอันดับอัตราที่มีการสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่สูงถึง 32% และเป็นที่ชัดเจนว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าระบาดไปถึงเยาวชน ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นต้นทางที่ทำให้กลุ่มเยาวชนติดยาเสพติด ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก เนื่องจากพบว่าเด็กที่ถูกโทษต้องขังอยู่ในสถานพินิจ ในคดียาเสพติด 300 คน 85% มาจากการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า

ขณะที่ ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองผอ.ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อควบคุมยาสูบ กล่าวถึงโทษจากบุหรี่ไฟฟ้า 7 ข้อคือ 1.มีนิโคตินเป็นสารเสพติดนิโคติน ติดง่าย เลิกยาก ทำให้มีการหลั่งสารแห่งความสุข ซึ่งเมื่อเสพแล้วมีความสุข พอไม่ได้เสพความสุขหายไปจึงทำให้อยากกลับมาสูบอีก อีกทั้งนิโคตินเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์เสพติดสูงสุด เมื่อเด็กได้รับเข้าไปจะอันตรายเนื่องจากสมองของเด็ก เมื่อได้รับเข้าไปจะมีการพัฒนาเรียนรู้ได้เร็วกว่าผู้ใหญ่ดังนั้นจึงติดได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ และจากสถิติพบว่า 10 คน ที่ติดจะมี 7 คนที่ติดไปชั่วชีวิต

2.บุหรี่ฟ้ายังมีสารเคมีอันตรายจำนวนมาก ไม่ใช่แค่ไอน้ำธรรมดา แต่จะเป็นไอสเปรย์ที่เป็นสารเคมี โลหะหนัก ส่งผลให้ฮอร์โมนผิดปกติ เป็นเบาหวาน เป็นโรคไขมันในเลือดสูง ที่สำคัญฮอร์โมนเพศชายจะลดลงทำให้เซ็กส์เสื่อม รวมถึงมีผลต่อสมองของเด็กที่กำลังพัฒนา หากถูกทำลายในช่วงที่สมองกำลังเติบโต คิด วิเคราะห์ ก็จะส่งผลให้ก้าวร้าวควบคุมอารมณ์ไม่ได้ การทำงานของสมองก็จะลดลง 3 -4 เท่า กว่าเด็กที่ไม่ได้สูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งนอกจากจะทำให้สมองตีบ แตก ตัน ตาย ยังมีโง่ด้วย โง่ถาวร ถึงแม้จะเลิกบุหรี่แล้วก็ยังฟื้นฟูได้ยากยิ่งสูบเยอะยิ่งทำลายเยอะ

3.น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามีผลต่อปอดระยะสั้น และรุนแรง 4.น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเติมแต่งสารที่มีสีมีกลิ่น เพื่อชักจูงให้เด็กติดในรสชาติ ซึ่งเด็กไม่ได้สูบเพราะมีนิโคตินแต่สูบเพราะเท่เป็นแฟชั่น โดยกลิ่นและรสที่อยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสารระคายเคืองและเป็นสารก่อมะเร็ง

5.ทำให้เกิดการระเบิดได้ดังนั้นห้ามสูบในเครื่องบิน 6.แม้บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีควัน แต่มีไอ ซึ่งมีนิโคตินเป็นสารโลหะหนัก มีแคดเมียม เมื่อเราสูบเข้าไปโดยตรง หลังถูกการเผาผลาญทำให้เกิด บุหรี่มือ2มือ3 ก่อให้เกิดอันตรายกับคนข้างเคียง 7. บุหรี่ไฟฟ้าพัฒนารูปแบบเพื่อเชิญชวนเด็กและเยาวชนให้อยากลอง โดยเฉพาะปัจจุบันทำเป็น Toy pod รูปตัวการ์ตูนต่างๆ จึงอยากให้ผู้ปกครองสังเกตหากมีก้านออกมาให้สันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อสูบ ซึ่งปัจจุบันเมื่อทำการตรวจค้นอาวุธแต่กลับพบบุหรี่ไฟฟ้าที่มีรูปร่างเป็นตัวการ์ตูนเยอะขึ้น โดยเฉพาะกับเด็กชั้น ป. 1 ป. 2 ทั้งนี้ในเมื่อสมองของเด็กถูกทำลาย จึงถือเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน

ด้านนพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า แม้จะมีพรรคการเมืองบางพรรคเสนอให้เพียงแต่ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าเฉพาะที่แต่งสีและกลิ่น เนื่องจากข้อมูลจากในสหรัฐอเมริกานั้น 90% ของเด็กสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่มีกลิ่นหอม จึงขอให้รัฐบาลยกเลิกการห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า และขายได้เฉพาะที่ไม่มีกลิ่นหอม และไม่มีกล่องเช่นนี้ ซึ่งของพวกนี้ก็จะยังอยู่ถูกลักลอบขายต่อไป อยู่ทั่วประเทศเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นเจตนาของเขาฟังเหมือนว่าดี จะไม่ให้ขายบุหรี่ไฟฟ้า แต่ไม่ให้เด็กเข้าถึง คุณก็ต้องป้องกันพวกแต่งกลิ่นและมีสีสันเหล่านี้ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ผลิตขึ้นมาเพื่อให้คนเลิกบุหรี่ งานวิจัยออกมาแล้วว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ช่วยให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบ ผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่ไปสูบบุหรี่ไฟฟ้า สุดท้ายติดทั้งสองอย่าง ยิ่งโทษมากกว่าอย่างใดอย่างหนึ่ง

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า โดยท้ายนี้ขอความร่วมมือผู้ที่พบเห็นการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทั้งทาง Online และแบบมีหน้าร้าน หรือในสถานศึกษา แจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วย สคบ. 1166 หรือ แอพพลิเคชัน OCPB Connect หรือ ไลน์ @TraffyFondue ของ กทม. หรือ สถานีตำรวจทุกแห่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน