เศรษฐา แจงยิบไม่รอ 10 เดือน ประเทศได้อะไรบ้าง รับมีช่วงเวลาอัพแอนด์ดาวน์ ขอทุกฝ่ายโฟกัสช่วงเวลาดีๆ ลั่นไม่ได้มาเพื่อตำแหน่งนายกฯ แต่อยากยกระดับชีวิตคนไทย

เมื่อเวลา 12.12 น. วันที่ 3 พ.ค. 2567 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการจัดงาน “10 เดือนที่ไม่รอ ทำต่อให้เต็ม 10” เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และความคืบหน้านโยบายต่างๆ ของพรรคเพื่อไทย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวในหัวข้อ “4 ปีรัฐบาลเปลี่ยนประเทศ เติมประเทศไทยให้เต็ม 10” ว่า การตั้งรัฐบาลมีอะไรหลายอย่างที่อาจขัดสายตา มีวาทกรรมต่างๆ แต่หน้าที่เราคือการฟอร์มรัฐบาลที่มีความมั่นคง ทำงานร่วมกันเพื่อดูแลทุกคนอย่างทั่วถึง 10 เดือนที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ การที่เราไม่เสียเวลาไป 10 เดือนเราได้อะไรมาบ้าง อย่างลงพื้นที่อุบลราชธานี ได้รับข้อมูลว่าน้ำท่วมมาตลอด ได้พูดคุยกับกรมชลประทาน รมว.เกษตรและสหกรณ์ แม้จะเป็นคนละพรรค สิ่งที่ตามมาปีนี้น้ำไม่ท่วม

ตอนไปจ.ศรีสะเกษ ทราบว่าราคาหอมแดงอยู่ที่ ราคา 7-8 บาท ตอนไปตลาด อตก.เห็นราคา 200 บาท 193 บาทหายไปไหน ตนเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือว่าราคาหอมแดงต้อง 13-15 บาท เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก แต่เป็นแรงบันดาลใจอย่างหนึ่ง

วันนี้ราคาสินค้าการเกษตรหลักขึ้นยกแผง แต่พืชรองเราให้ความเท่าเทียมที่จะดูแล ราคาต้องถูกยกขึ้นหมด เราจะเปิดตลาดใหม่ ให้เป็นเคพีไอใหม่ให้กระทรวงพาณิชย์ ปัญหาฝุ่น PM2.5 ก็ดีขึ้น ถ้าเราไม่ได้เข้ามา ตัวเลขคงสูงกว่านี้ เรื่องราคารถไฟฟ้า ตนก็พูดกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯและรมว.คมนาคม มาตลอดเพื่อให้ฝันเราเป็นจริง

“ถ้าไม่มีรัฐบาลมา 10 เดือนเรื่องเหล่านี้อยู่ตรงไหน เราอยู่ใต้กติกาที่ไม่ได้ทำเพื่อประชาชน เราต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา และอีกเรื่องหนึ่งที่เราให้ความสำคัญคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีพระชนมายุครบ 72 พรรษา เรื่องนี้รัฐบาลมีแผนงานหลายอย่างที่จะช่วยเหลือประชาชน ผ่านโครงการต่างๆ ขอให้ทุกคนช่วยกันน้อมรับปฏิบัติและช่วยกันคิดว่า จะช่วยกันทำอะไรที่เป็นสาธารณกุศลได้ เชื่อว่าระยะเวลาอันใกล้พรรคเราจะมีนโยบายอย่างชัดเจน”

นายเศรษฐา กล่าวอีกว่า เหลือเวลา 3 ปีนิดๆ เราเตรียมนโยบายไว้หลายอย่างเพื่อไปถึงเป้าหมาย การจะเดินไปถึงเป้าหมายได้ ต้องผ่านอะไรอีกหลายอย่าง ต้องมีช่วงเวลาที่อัพแอนดาวน์ มีเวลาที่เสียใจ พอใจ ถูกใจ ไม่ว่าในมิติไหน ทั้งนิติบัญญัติ บริหาร ตำแหน่งต่างๆที่ต้องดูแลกัน เชื่อว่าถ้าทุกคนมุ่งมั่น มีความสามัคคี เข้าใจกัน เห็นใจเขาเห็นใจเรา เชื่อว่าถนนที่เดินไปข้างหน้าจะสะดวกขึ้น ง่ายขึ้น

การทำงานของสส.ร่วมกับคณะทำงานในพรรค ร่วมกับฝ่ายบริหารเป็นกลไกสำคัญ 7-8 เดือนที่ผ่านมาเราเกือบไม่มีการประสานงานกันเลย แต่ตอนนี้เราทำงานกันได้ดีขึ้น อยากให้โฟกัสส่วนที่ดีที่ทำกันมา อยู่ด้วยกันมาอาจพอใจ 60 ไม่พอใจ 40 ตนขอให้โฟกัสที่ 60 ที่เรารักกันเข้าใจกันมีความปรารถนาดี แล้วสร้างให้เป็น 61 62 63 ไม่ใช่โฟกัสที่ 40% ที่เราไม่พอใจกัน ไม่เช่นนั้นมันจะเพิ่มขึ้น

เชื่อว่าหัวหน้าพรรค ผู้ใหญ่ในพรรค สส.ทุกคนเห็นความมุ่งมั่นของทุกคน ไม่ใช่แค่ของตน ของรัฐมนตรีหรือของกรรมการบริหารอย่างเดียว เชื่อว่าทุกคนเห็นถึงความตั้งใจจริงและจุดประสงค์ที่เรามาร่วมอยู่ตรงนี้

“ผมไม่ได้มาเพื่อตำแหน่งนายกฯ แต่ต้องการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่คนไทยทุกคน เป็นหน้าที่ของทุกคนที่อยู่ในนี้ ไม่ว่ารุ่นใหม่รุ่นเก่า เป็นรัฐมนตรีหรือไม่เป็นรัฐมนตรี แต่เราอยู่ด้วยจิตใจที่อิงอยู่กับประชาชน อยากให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เชื่อว่านโยบายที่เราเสนอไปเป็นที่ประจักษ์ว่าเรามีความตั้งใจจริง” นายเศรษฐา กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า แต่ระหว่างที่เรากำลังเดินทางไป ต้องมีช่วงขึ้นและลงเป็นธรรมดาของความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเรากันเองหรือเรากับประชาชน แต่เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ตนตระหนักดีเสมอ ไม่ว่าเป็นแค่สมาชิกพรรค เป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือนายกฯ ไม่มีอะไรสำคัญเท่าตำแหน่งหน้าที่ ไม่มีอะไรสำคัญเท่าพอ 4 ปีแล้วชีวิตประชาชนจะดีขึ้นเพราะพวกเราชาวเพื่อไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน